
หุ้นเด้ง ปัจจัยเสี่ยงคลายตัว
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ ธนชาต
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ธนชาต email: [email protected]
ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นมาปิดสูงสุดในรอบ 3 เดือน ที่ 1343 จุด หลังจากปัจจัยเสี่ยงคลายแรงกดดัน โดยเฉพาะ
ประการที่ 1 การเด้งแรงของราคาน้ำมันได้ช่วยบรรเทาวิตกผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงาน ระบบการเงิน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลก
ก่อนหน้านั้น การดิ่งแรงของราคาน้ำมันส่งผลให้อุตสาหกรรมพลังงาน รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์เผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก ส่วนใหญ่ปรับลดงบลงทุนขนานใหญ่
ขณะเดียวกันประเทศที่พึ่งพิงรายได้จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ต้องเผชิญปัญหาขาดดุลแฝด คือขาดดุลการค้าและดุลงบประมาณอย่างหนัก พลอยถ่วงกำลังซื้อในตลาดโลกที่เปราะบางอยู่แล้ว
ฐานะการเงินที่อ่อนแอลงของอุตสาหกรรมพลังงานฯ ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง ซึ่งจะส่งบั่นทอนความมั่นคงของระบบการเงินโลก
ขณะที่ผู้ได้ประโยชน์จากภาวะตกต่ำของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ มิได้นำเงินที่ประหยัดได้ทั้งหมดมาใช้จ่ายหรือลงทุน
กล่าวได้ว่า สุทธิแล้ว ยิ่งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดิ่งแรง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดเคลื่อนไหวเหนือ 35 ดอลลาร์/บาร์เรล เด้งขึ้นมา 27% จากจุดต่ำในรอบ 12 ปีเศษ แถว 27 ดอลลาร์เศษ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.
การเจรจาระหว่างประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่นำไปสู่ความคาดหวังที่จะเห็นการแก้ปัญหาภาวะน้ำมันล้นตลาด แต่จนถึงขณะนี้ น้ำมันยังคงล้นตลาดราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนสต็อกน้ำมันพุ่งสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หากความพยายามในการปรับลดการผลิตน้ำมันไม่คืบหน้าเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ราคาน้ำมันมีโอกาสทรุดรอบใหม่ ซึ่งจะเขย่าราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงระบบการเงินและเศรษฐกิจโลกเป็นระยะ
อย่างไรก็ดี ความพยายามของผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานน่าจะจำกัดความเสี่ยงด้านล่างของราคาน้ำมัน
ประการ 2 ธนาคารกลางสำคัญส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม นำโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และ ยุโรป (ECB) ขณะที่เฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ECB และ BOJ ได้นำนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบมาใช้ และส่งสัญญาณพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ขณะที่มีความเป็นไปได้สูงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ไม่ใช่ 4 ครั้งอย่างที่เฟดเคยส่งสัญญาณในรายงานการประชุมเดือนธ.ค.
สัญญาณข้างต้นได้ช่วยลดแรงกดดันที่ฮอทมันนี่จะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ จึงเปิดทางให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวทั่วโลก
ทิศทางนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และเศรษฐกิจโลกที่แผ่วลงมาก ยังส่งผลให้บอนด์ยีล 2 ใน 3 ของตลาดพันธบัตรโลกที่มีขนาด 26 ล้านล้านดอลลาร์ ลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1%!
Yield Gap หรือส่วนต่างระหว่าง Earning Yield และบอนด์ยีลจึงกว้างผิดปกติ ส่วนต่างนี้ถูกใช้เป็นมาตรวัดค่าชดเชยความเสี่ยง
หมายเหตุ: Earning Yield คำนวณจากส่วนกลับของค่าพีอี (Dividend Yield และ Earning Yield จะเท่ากันถ้าทุกบริษัทจ่ายปันผล 100% ของกำไร)
เงินทุนส่วนหนึ่งจึงไหลเข้าตลาดหุ้น โดยเฉพาะในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน REITs กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงหุ้นปันผลดี ที่กิจการมีความมั่นคงสูง
อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มต่ำยาวนานข้ามปี ยังส่งผลดีต่อหุ้นลิสซิ่ง ไมโครไฟแนนซ์ อีกด้วย
ล่าสุด หุ้นไทยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงฟื้นตัว ช่วงสั้นตลาดจะเผชิญแรงขายทำกำไรตามแนวต้าน 1350, 1380 และ 1400 จุด ตามลำดับ แนวรับขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1320 จุด แนะทยอยแบ่งขายช่วงที่หุ้นวิ่งเข้าหาแนวต้านใหญ่ๆ แล้วค่อยหาจังหวะซื้อคืนช่วงย่อตัว เนื่องจากตลาดหุ้นยังมีแนวโน้มแกว่งผันผวนตามปัจจัยเสี่ยงภายนอก ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเชื่องช้า







