
Gold Futures เครื่องมือลงทุนท่ามกลางตลาดผันผวน
โดย บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
โดย บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
นับแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะผันผวน ท่ามกลางมุมมองเศรษฐกิจที่ขาดความชัดเจน ส่งผลให้ผู้ลงทุนขาดความมั่นใจและเริ่มหันมาให้ความสนใจสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ซึ่งทองคำก็นับเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจ โดยราคาทองคำเริ่มปรับตัวขึ้นจากระดับราคาต่ำกว่า 1,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในไตรมาส 4 ปี 2558 จนมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปัจจุบัน ในการลงทุนทองคำนั้น มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำซึ่งผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญ ในคราวนี้จะขอมาพูดถึงปัจจัยที่น่าสนใจบางปัจจัย เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการพิจารณาลงทุนในทองคำ
-ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา – เนื่องจากการซื้อขายทองคำในตลาดโลกเสนอราคาในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์จะส่งผลต่อราคาทองคำ เช่น ในกรณีที่สถานการณ์ทุกอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหรือเงินดอลลาร์มีค่ามากขึ้น ก็จะมีความหมายว่าผู้ลงทุนจะสามารถซื้อทองคำในปริมาณเท่าเดิมด้วยเงินดอลลาร์จำนวนน้อยลง ดังนั้น ในช่วงที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองคำจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ในทางกลับกัน หากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาทองคำก็จะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
-ความเสี่ยงด้านสถานการณ์การเมือง (Geopolitical Risk) – สำหรับผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไป ทองคำนับเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง (Safe Haven) และสามารถรักษาความมั่งคั่ง (Wealth) ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่มีความไม่แน่นอนทางการเมือง ในช่วงปีที่ผ่านมา สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลาง หรือเอเชียเหนือ ต่างส่งแรงกดดันต่อราคาหุ้น ราคาน้ำมัน ในขณะที่ผลกระทบต่อราคาทองคำนั้นจะมีน้อยกว่า และในบางขณะราคาจะมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ผู้ลงทุนต้องการความมั่นคง (Risk Avert)
-ทิศทางอัตราดอกเบี้ย – หากเปรียบเทียบการลงทุนในทองคำ กับสินทรัพย์อื่นที่มีความมั่นคง เช่น การลงทุนในตราสารหนี้นั้น ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนทั้งในรูปแบบของดอกเบี้ยและการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ แต่ในทางกลับกันการลงทุนในทองคำนั้น ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบอื่นนอกจากการเปลี่ยนแปลงของราคา ดังนั้น ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยสูงหรือจะปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้ผู้ลงทุนบางส่วนหันไปให้ความสนใจกับตราสารหนี้ที่จะให้ผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยหรือคูปองที่สูงขึ้นมากกว่าการลงทุนในทองคำ ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง (ซึ่งโดยมากจะเป็นการดำเนินนโยบายในช่วงเศรษฐกิจขาลง) ผู้ลงทุนก็จะหันมาให้ความสนใจในทองคำที่มีคุณสมบัติในการรักษามูลค่ามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับราคาทองคำนั่นเอง
การลงทุนในทองคำนั้น ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ไม่จำกัดเพียงแต่ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นเท่านั้น และนอกจากปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำแล้ว ผู้ลงทุนยังควรเลือกเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อทองคำแท่ง กอบทุน Gold ETF รวมทั้งสัญญา Gold Futures ที่ซื้อขายกันในตลาด TFEX ที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกใช้ได้
ปัจจุบัน สัญญา Gold Futures ที่ซื้อขายใน TFEX อ้างอิงอยู่กับทองคำความบริสุทธิ์ 96.5 และมีสัญญาสองขนาดด้วยกัน ได้แก่ สัญญาเทียบเท่ากับทองคำหนัก 10 บาท และ 50 บาท โดยมีการเสนอซื้อขายในราคาต่อบาททองคำ ที่เป็นรูปแบบการซื้อขายที่คุ้นเคยของคนไทย ทั้งนี้ การซื้อขายทองคำผ่าน Gold Futures จะมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำกว่าการลงทุนผ่านการซื้อทองคำแท่งและกองทุน Gold ETF ที่ต้องใช้เงินเต็มจำนวน ในขณะที่การซื้อขาย Gold Futures ผู้ลงทุนเพียงวางเงินหลักประกัน (ประมาณ 15-20% ของมูลค่าสัญญา) ในด้านสภาพคล่องการซื้อขาย Gold Futures จากการที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจซื้อขายทองคำมากขึ้นนับแต่ช่วงสิ้นปี ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures ใน TFEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 6,015 สัญญาต่อวันในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ประมาณ 15,000 สัญญาต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจใช้ Gold Futures เป็นเครื่องมือลงทุน สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือ เว็บไซต์ www.tfex.co.th
** Promotion ผู้ลงทุนใหม่** ผู้ลงทุนใหม่ที่เปิดบัญชีซื้อขายภายในเดือนเมษายน รับฟรี Gift Voucher 100 บาท
** Promotion สินค้าใหม่** ผู้ลงทุนที่เทรด RSS3 Futures ใน 3 เดือนแรก (15 ก.พ. – 30 เม.ย.) รับ Gift Voucher 100 บาท ต่อการเทรด RSS3 Futures ทุกๆ 10 สัญญา







