
ช่วงเปลี่ยนผ่าน
ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่า คณะรัฐมนตรี จะกล้าเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับปู่ มีชัย ฤชุพันธุ์ ต้องใส่ “อำนาจพิเศษ”
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่า คณะรัฐมนตรี จะกล้าเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับปู่ มีชัย ฤชุพันธุ์ ต้องใส่ “อำนาจพิเศษ” เพื่อให้มีสถานะเหนือรัฐบาลเลือกตั้ง โดยอ้างความสงบเรียบร้อย
ก็ลองคิดดูละกันครับ เรื่องพวกนี้เถียงกันมา 30-40 ปีแล้ว ว่าไม่เวิร์กที่จะมีอำนาจซ้อนอำนาจ แต่ในปี 2559 ยังถูกขุดขึ้นมาอีกรอบ
ด้วยข้ออ้างสวยหรูว่า เพื่อความมั่นคง เพื่อยุติความแตกแยก หรือเพื่อแก้ปัญหาเหตุการณ์ก่อนเดือน พ.ค. 2557
“ประเทศอาจจะตกอยู่ในวังวนหรือบ่วงแห่งการสู้รบ การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม การทุจริตคอร์รัปชั่น การแทรกแซงกลไกรัฐ การใช้วาจาก่อให้เกิดความเกลียดชัง การล้างแค้น การรื้อกฎเกณฑ์ต่างๆ โดยอ้างความชอบธรรมในนามระบอบประชาธิปไตยดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว”
อันที่จริงข้ออ้างเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัย อาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหาร หลังเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 จนต้องวางโรดแมป 12 ปี เพื่อให้คนไทย “พร้อม” กับการเป็นประชาธิปไตย
ในช่วงนั้นรัฐบาลกลัวผี “คอมมิวนิสต์” ที่กำลังระบาดทั่วภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแผนนี้ก็ไม่เป็นผล สุดท้าย อาจารย์ธานินทร์ ก็ถูกรัฐประหารซ้อน
แต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หวาดกลัวนั้นคือ “ผีประชาธิปไตย” จนถึงขั้นยกตัวอย่างขึ้นมาว่า ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” จากระบอบ คสช.ไปถึงช่วงที่เป็นประชาธิปไตยนั้น อาจต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี
คำถามก็คือคำว่า “เปลี่ยนผ่าน” นั้น หมายถึงเปลี่ยนอะไร ถึงต้องใช้เวลานานขนาดนั้น ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็อธิบายไม่ได้ ท่องแต่เพียง “ความสงบเรียบร้อย” ซ้ำไปซ้ำมา
ก็แล้ว “ความสงบเรียบร้อย” นั้น รัฐบาลปกติดูแลไม่ได้หรือ ก็แล้ว “กองทัพ” รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงนั้น มีหน้าที่ต้องดูแลอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ทำไมจึงต้องให้อำนาจพิเศษอยู่ “ซ้อนรัฐ” ขึ้นไป เพื่อให้มีอำนาจสั่งการเหนือรัฐบาลอีกที
คำตอบสะท้อนอย่างเดียวนั่นคือ รัฐบาลชุดนี้ ไม่มั่นใจในอำนาจของประชาชน ว่าจะยังคงเชียร์ คสช.ต่อไปหรือไม่ และจะทำอย่างไร หากประชาชนสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามของ คสช.มากกว่า
ด้วยเหตุนี้ สารพัดอำนาจพิเศษจึงต้องคงอยู่ เพื่อรักษาสถานภาพของคณะทหารและชนชั้นนำใน “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ไว้ เพราะไม่เช่นนั้น หากลงจากหลังเสือ ก็ไม่เหลืออำนาจอะไร ซ้ำยังมีแผลเหวอะหวะเต็มตัว
แต่ถามว่าประชาชนจะยอมรับการ “อยู่ยาว” เพื่อเปลี่ยนผ่านหรือไม่ ผมคิดว่ายากมาก เนื่องจากไม่มีคำตอบว่าใน 5 ปี การเปลี่ยนผ่านจะเป็นไปอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ คิดหรือไม่ แล้วหากไม่สมูทจะเกิดอะไรขึ้น
เท่ากับว่า หากยอมรับให้มีบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน ก็อาจหมายถึงการ “เซ็นเช็คเปล่า” ให้ คสช. อยู่ยั้งยืนยง ภายใต้อำนาจพิเศษไปเรื่อยๆ จนกว่าท่านผู้นำจะรู้สึก “พอใจ”
หากยอมรับให้ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” เข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ ก็นับว่าสุ่มเสี่ยงมากเพราะจนกว่าจะถึงการลงประชามติ เสียงค้านก็จะดังขึ้นหนาหูไปพร้อมๆ กับความไม่พอใจใน คสช. ที่เริ่มมีคนตั้งคำถามดังขึ้น กับการแก้ปัญหาทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความปรองดอง หรือแม้กระทั่งการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เพราะวันนี้ ยังคงเดินไม่ถึงไหน
เผลอๆ ชื่อเล่นที่เรียกกันในแง่บวกว่า “รัฐธรรมนูญปราบโกง” อาจเปลี่ยนเป็นชื่อ “รัฐธรรมนูญ (อยาก) อยู่ยาว” ด้วยซ้ำ







