
ทองคำขึ้นจริงหรือ?
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
เนื่องจากมีคำถามจากท่านผู้ฟังและผู้อ่านผ่านเข้ามาที่บริษัท MTS Gold แม่ทองสุก จากทางเว็บไซต์ www.mtsgold.co.th รวมทั้งทาง Social ต่างๆ ได้แก่ www.facebook.com/mtsgold และ Line Official: @mtsgold เกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ณ ขณะนี้ เป็นจริงหรือไม่อย่างไร ผมจึงนำประเด็นนี้มาเขียนวิเคราะห์เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบดังต่อไปนี้ สภาพของตลาดการลงทุนในทองคำมีความผันแปรเปลี่ยนไปตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งตามสภาพของตลาดหุ้นทั่วโลกที่เราเรียกว่าเป็นการลงทุน เมื่อเปิดตลาดในวันที่ 4 มกราคม 2559 เป็นต้นมา สัญญาณทางเศรษฐกิจแรก คือ การที่เศรษฐกิจจีนบ่งบอกถึงภาวะการเจริญเติบโตได้ช้าลงเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ จึงเป็นประเด็นที่นำมาสู่การตื่นตระหนกอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหุ้นดาวโจนส์ร่วงลงอย่างรุนแรงในครั้งนั้นรวมทั้งปรับตัวอย่างต่อเนื่องกว่า 40 วันแล้วก็ว่าได้ ซึ่งจะเห็นได้ถึงความผันผวนในการปรับตัวขึ้นและลงในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยมีทิศทางขาลงเป็นหลัก
ประเด็นที่ 2 ที่สำคัญ คือการที่จีนประกาศลดค่าเงินหยวนติดต่อกัน 3 วันทำการกว่า 1.2% จึงทำให้ตลาดการเงินมีความผันผวนตามไปด้วย และในที่สุดประเทศญี่ปุ่นเองได้ใช้วิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้มาตรการ QQE และประกาศใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับติดลบ 0.1% ในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่อง นั่นก็คือ “สงครามค่าเงิน” รวมไปถึงการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนจากซีกโลกตะวันตกมายังซีกโลกตะวันออก
อันจะเห็นได้จากมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาในประเทศที่กำลังพัฒนา รวมทั้งประเทศไทยด้วย จึงทำให้ค่าเงินใน Southeast Asia ปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประเด็นที่ 3 หรือประเด็นสุดท้ายที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ การที่เฟดตัดสินใจไม่ทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา รวมไปถึงการที่นักวิเคราะห์หลายๆฝ่ายมองว่า เฟดคงจะไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรอบของโลกนั้นไม่เอื้ออำนวย
สรุปได้ว่าปัจจัยทางพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกและการไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด เป็นตัวชี้วัดที่ทำให้ภาคการลงทุนต่างๆมีความกังวลและหันกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ที่เรียกว่า Safe-Heaven คือ ทองคำนั่นเอง
ประเด็นต่อไปในเชิงวิเคราะห์ของราคาที่เราเรียกว่า “ปัจจัยทางด้านเทคนิค” ซึ่งปัจจัยทางด้านเทคนิคที่สำคัญ คือ การที่ราคาทองคำสามารถปรับขึ้นต่อเนื่องและราคามายืนอยู่เหนือจุดแนวต้านสำคัญทางเทคนิค นั่นคือ 1,180 เหรียญ และ 1,200 เหรียญตามลำดับได้ จึงทำให้ปัจจัยทางเทคนิคเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
จะทำอย่างไรดีเมื่อราคาทองราคาทองคำปรับตัวเยอะแล้ว?
กลยุทธ์การลงทุน ณ ขณะนี้ สิ่งที่สำคัญ คือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามทิศทางแนวโน้มหลัก นั่นก็คือ “แนวโน้มทิศทางขาขึ้น” ในลักษณะการหาจังหวะในการเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น
ปัญหาที่สำคัญ คือ จังหวะที่เข้าซื้อที่เหมาะสมหรือที่ถูกที่สุดอยู่ตรงไหน ซึ่งต้องบอกว่าทุกคนอยากซื้อในระดับราคาต่ำที่สุด และขายที่ระดับราคาสูงที่สุด เพื่อสร้างผลกำไรของตนเอง ดังนั้น จังหวะในการเข้าซื้อ รวมทั้งเวลาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการที่จะได้ราคาที่ดีหรือราคาที่เหมาะสม
จังหวะในการเข้าซื้อ - การหาจังหวะในการเข้าซื้อที่ถูกต้อง คือ การเข้าซื้อบริเวณแนวรับสำคัญ ตามบทวิเคราะห์ ซึ่ง MTS Gold แม่ทองสุก มีบทวิเคราะห์ให้แก่ท่านผู้อ่านได้ติดตามทุกวันทำการ ซึ่งบทวิเคราะห์ดังกล่าวท่านสามารถติดตามได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่สมัครเป็นสมาชิกโดยเปิดบัญชีซื้อขายของบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก ก็จะทำให้สามารถติดตามและซื้อขายผ่านระบบ Gold Online ได้อย่างอิสระ โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,200 เหรียญ และสามารถยืนเหนือ 1,230 เหรียญได้ตลอด 2 วันทำการซื้อขายที่ผ่านมา จึงถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้การซื้อขายทองคำเข้าสู่ทิศทางแนวโน้มขาขึ้นตามที่ได้กล่าวมาแล้ว เรายังวิเคราะห์ว่า โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์หน้ายังมีอยู่ และทองคำจะสามารถเป็นขาขึ้นในระยะปานกลางและระยะยาว โดยเป็นทิศทางขาขึ้นไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์ขึ้นไป ขณะที่แนวต้านถัดไปจะอยู่ที่ระดับ 1,260 เหรียญ และ 1,280 เหรียญตามลำดับ สำหรับแนวรับหรือจุดที่จะเข้าซื้อได้แบ่งเป็นระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นจะมีแนวรับที่ระดับ 1,230 เหรียญ ขณะที่แนวรับระยะยาวจะอยู่ที่ระดับ 1,180 เหรียญ นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์ทยอยเข้าซื้อและขายเพื่อทำกำไรสลับกัน MTS Gold แม่ทองสุกหวังใจอย่างยิ่งว่า นักลงทุนทุกท่านจะสามารถทำกำไรกลับมาได้อย่างรวดเร็วในสภาพตลาดเช่นนี้ โปรดหาจังหวะและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมด้วยการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด







