
มาลงทุนเพื่อคนที่เรารักกันเถอะ
โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด
โดย ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด
สวัสดีวันตรุษจีนครับ ผมต้องขออวยพรให้ท่านผู้อ่านรักทุกท่าน ร่ำรวยทั้งเงินทองและความสุข ให้มีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงนะครับ แต่วันนี้ผมอยากพูดคุยเกี่ยวกับการลงทุนเพื่อคนที่เรารักเพื่อต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงในสัปดาห์หน้ากัน เผื่อให้ท่านได้นำไปวางแผนการลงทุนกันนะครับ
พอพูดถึงวันแห่งความรัก หนุ่มสาวก็คงนึกถึงแต่คนรัก แต่จริงๆแล้วคนที่เรารักนั้นมีได้หลายคน(ไม่ได้หมายถึงการมีกิ๊กนะครับ) แต่ผมหมายรวมถึงพ่อแม่ ลูกหลาน คู่ครองและที่สำคัญก็คือตัวเราเอง และสุดท้ายผมยังอยากให้ท่านผู้อ่านคิดเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนร่วมโลก หรือผู้ที่ด้อยโอกาสด้วยครับ
เริ่มแรกผมคงจะพูดถึงคนวัยหนุ่มสาวที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัว ด่านแรก คือการแต่งงานซึ่งมีค่าใช้จ่ายมากโขอยู่ อย่างน้อยก็อยู่ราวๆ 1-2 ล้านบาท ซึ่งถ้าเรามีเวลาเตรียมการ 3 ปีก็ต้องเก็บเงินราวปีละ 5 แสนบาทหรือราวเดือนละ 41,667 บาทถ้ารวมกันสองคนช่วยกันก็ตกคนละ 2 หมื่นกว่าบาทนับว่ามากอยู่นะครับ ถ้ามีเวลาเก็บน้อยก็ต้องมีเงินออมไว้เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้าคิดจะสร้างครอบครัวก็ควรเตรียมตัวลงทุนกันแต่เนิ่นๆ
อย่าลืมนะครับในวัยหนุ่มสาวสินทรัพย์ที่เป็นตัวผลิตผลตอบแทนที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดก็คือตัวเราเองจากเงินเดือน และโบนัส ถ้าอยากเพิ่มผลตอบแทนก็ต้องมีรายได้พิเศษ
ถัดมาก็ คือ การมีบ้านซึ่งค่อนข้างหนักเอาการอยู่สำหรับคอนโดในเมืองก็ต้องเตรียมค่าห้องไม่ต่ำกว่าตารางเมตรละแสน ส่วนนี้คนส่วนใหญ่ต้องพึ่งการผ่อนชำระจากธนาคาร แต่แน่นอนว่าเราต้องเตรียมเงินค่าผ่อนดาวน์ไว้ประมาณร้อยละ 10 ของราคาบ้าน เดี๋ยวนี้ดีที่บางธนาคารให้กู้เต็มมูลค่าซึ่งก็จะช่วยเราเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับของตบแต่งบ้าน แน่นอนครับการผ่อนชำระนั้นถือเป็นรายจ่ายที่ต้องผูกพันกับเราไประยะยาว ซึ่งสินทรัพย์ที่ต้องลงทุนเพื่อมาจ่ายส่วนนี้ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นจากสินทรัพย์มนุษย์ก็คือตัวเราเอง
ข้ามมาพอเริ่มมีลูก ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นค่าเล่าเรียนโรงเรียนอนุบาลตกประมาณเทอมละ 40,000 บาทหรือเดือนละ 8,000 ถ้าขึ้นชั้นประถมสำหรับโรงเรียนรัฐบาลค่าเทอมก็ตกประมาณ 15,000 ถึง 20,000 บาทหรือเดือนละ 3-4 พันบาท แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเอกชนก็ขึ้นไปเป็นเดือนละ 5,000 บาท นอกจากค่าเทอมก็จะมีค่าใช้จ่ายประจำวันประมาณเดือนละ 3,000 บาท ค่าเรียนพิเศษ อีกเดือนละ 3,000 สำหรับเด็กๆ และ 5,000 สำหรับชั้นมัธยม รวมเดือนละประมาณ 9,000 บาท สำหรับการลงทุนในส่วนนี้ผมแบ่งเป็นถ้าเราต้องการให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาจากพอร์ตการลงทุนเราต้องมีเงินลงทุนไว้ประมาณ 1.5-2 ล้านบาทสำหรับพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ร้อยละ 6-7 ทั้งนี้ผมให้นำเอาเฉพาะแต่ผลตอบแทนมาใช้ไม่มีการนำเงินต้นมาใช้ แต่ถ้ากรณีมีเงินลงทุนไม่พอ สมมติว่ามีเพียงครึ่งเดียวค่าใช้จ่ายที่เหลือก็ต้องมาจากพอร์ตมนุษย์ของเรานั้นเอง
ต่อมาก็เป็นเรื่องของการลงทุนเพื่อคนที่เรารักรวมถึงตัวเราเองให้มีเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณซึ่งพอสรุปได้ว่าถ้าเราต้องเตรียมเงินเพื่อมีพอใช้ในวัยเกษียณให้ได้เดือนละ 3-5 หมื่น บาทไปอีก 25 ปีเราต้องมีเงินเก็บประมาณ 7–10 ล้านเพื่อนำมาลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ประมาณร้อยละ 3- 5 โดยที่เราควรมีเงินลงทุนในแต่ละเดือนตามแต่อายุเริ่มต้นของเรา และผลตอบแทนจากพอร์ตที่เราลงทุน
ท้ายสุดผมอยากฝากเอาไว้ว่าเราควรมองไปจนถึงการเตรียมพอร์ตการลงทุนเอาไว้สำหรับรุ่นหลานๆของเรารวมถึงการมีการลงทุนเพื่อสังคมหรือผู้ด้อยโอกาสซึ่งกรณีนี้ผมคิดว่าการนำผลตอบแทนไปใช้โดยไม่รวมเงินต้นจะช่วยทำให้กองทุน ที่เราจัดเตรียมเอาไว้เพื่อส่วนนี้สามารถอยู่ไปได้อีกนานเท่านานครับ
ก็ขออวยพรอีกครั้งให้ท่านผู้อ่านทุกๆท่านโชคดีและร่ำรวยจากการลงทุนครับ







