
ศรัทธาที่หายไป
เรื่องการ แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ หากมองไปให้ลึกว่าใครเป็นพวกใคร จะพบความล้มเหลวของระบบอยู่หลายเรื่อง
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
เรื่องการ แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ หากมองไปให้ลึกว่าใครเป็นพวกใคร จะพบความล้มเหลวของระบบอยู่หลายเรื่อง
หากมองไปถึง “พระลิขิต” สมเด็จพระญาณสังวร เมื่อปี 2542 เรื่องวัดพระธรรมกาย ก็จะพบความล้มเหลวหนึ่ง อันเกิดจาก “มหาเถรสมาคม” ซึ่งทั้งสมเด็จช่วง และทั้งสมเด็จฝั่งธรรมยุต ฝั่งมหานิกาย รวมถึงพระชั้นผู้ใหญ่ระดับต่างๆ ล้วนเป็นกรรมการโดยพร้อมหน้า
แต่กลับไม่มีใครกล้าทำอะไร ผ่านล่วงเลยไปนานจนสมเด็จพระสังฆราชปฏิเสธเข้าร่วมประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมเป็นเวลานาน 10 กว่าปี
คำถามสำคัญกว่าก็คือ เพราะเหตุใดวัดๆ หนึ่งจึงมีอำนาจเหนือมหาเถรสมาคม และชวนให้ตั้งคำถามต่อว่า หากตัด “ธรรมกาย” ออกไปจากวงจรทั้งหมด “วงการสงฆ์” จะขาวสะอาดหรือไม่
คำตอบก็คือ “ไม่”
หากยังจำกันได้ หลังจบงาน “สมเด็จเกี่ยว” เรื่อง “เจ้าคุณเสนาะ” ซึ่งมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศแทน ก็แดงขึ้นทันที เมื่อปรากฏข่าว “พระชั้นผู้ใหญ่” คอร์รัปชั่น ตั้งแต่จัดหาดอกไม้ รวมถึงจัดการเงินบริจาค และในเวลาต่อมา ก็พบทรัพย์สินเงินทอง รวมถึงรถยนต์จำนวนมาก
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าคุณเสนาะเพิ่งมรณภาพอย่างลึกลับ ทั้งที่ สตง.ระบุชัดแล้วว่าสามารถเคลียร์เรื่องการทุจริตได้หมดแล้ว
หรือในช่วงที่ “เณรคำ” เป็นข่าวดังขึ้นมา ก็ปรากฏว่า พระรูปนี้ได้ถวายรถยนต์หรูให้เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค อีกหลายรูป เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน
ผลพลอยได้ก็คือ เมื่อมีพระผู้ใหญ่เข้ามาเป็นพวก ก็สามารถเรียกญาติโยมได้ง่ายขึ้น ขณะที่เมื่อพระชั้นผู้ใหญ่เมื่อมีสายสัมพันธ์กับวัดที่ร่ำรวยแล้ว เมื่อจะจัดสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ อะไรๆ ก็ง่ายขึ้นเช่นกัน
ชาวพุทธจึงได้เห็นพระยศใหญ่ นั่งเบนซ์ นั่งบีเอ็มฯ นั่งวอลโว่ ไปรับกิจนิมนต์ โดยที่ญาติโยมก็ต้องใส่ซองถวายตามสมณศักดิ์ อย่างสมน้ำสมเนื้อเช่นกัน
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศาสนางอกเงยขึ้น โดยมีฐานสำคัญจาก “ศรัทธา” ชาวพุทธ ที่มองว่าพระยิ่งมียศใหญ่ ยิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดยิ่งรวยคนเข้าวัดก็จะยิ่งรวย และเมื่อมีวัตถุมงคลที่ขึ้นชื่อ ย่อมหมายความว่า วัดนั้นเป็นวัดที่รวมศูนย์ศรัทธาได้ดี
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ “พระอารามหลวง” บางแห่ง จะรับบริการปลุกเสกฝังวิญญาณ “ลูกเทพ” ให้ด้วย
ส่วนพระที่สอนหลักธรรมโดยแท้จริง นอกจากจะน้อยลงเรื่อยๆ แล้ว ญาติโยมที่สนใจพุทธศาสนา โดยยึดหลักไตรสิกขา หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นตัวตั้งดับทุกข์ ก็น้อยตามไปด้วย
ความศรัทธาจึงเปลี่ยนจากสมัยพุทธกาล โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญทั้งจากระบบสมณศักดิ์ ความล้มเหลวในการปกครองกันเองของคณะสงฆ์ รวมถึงความอ่อนแอในศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเอง
เพราะฉะนั้นไม่ว่าสมเด็จองค์ไหนจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งพระสังฆราช หากไม่แก้ปัญหาคณะสงฆ์ทั้งกระบิ ก็ไม่น่าแปลกใจที่ความศรัทธาในพุทธศาสนาจะเสื่อมลงไปเรื่อยๆ







