
แผ่นเสียงตกร่อง
ไม่เคยมีอะไรใหม่ไปกว่าการเอ่ยอ้างพวกข้าคือศาสดาประชาธิปไตย ขณะที่ผู้กำลังกำหนดกฎกติกาบ้านเมืองกลับถูกยัดเยียดเป็นฝ่ายเผด็จการไปซะงั้น
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
ไม่เคยมีอะไรใหม่ไปกว่าการเอ่ยอ้างพวกข้าคือศาสดาประชาธิปไตย ขณะที่ผู้กำลังกำหนดกฎกติกาบ้านเมืองกลับถูกยัดเยียดเป็นฝ่ายเผด็จการไปซะงั้น
บุคคลทางการเมืองบางจำพวกคงผลิตวาทกรรม "ร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย" พาดพิงไปถึง มีชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า "รับใช้เผด็จการทุกยุคทุกสมัย"
บางทีลีลาสาดโคลนอันเป็นกมลสันดานเดิมของนักการเมืองรุ่นปฏิเละ อาจเพลิดเพลินวาทะน้ำเน่าจนหลงลืมประวัติศาสตร์ไปว่า ทั้ง มีชัย วิษณุ เครืองาม บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
หรืออีกหลายท่านร่วมมือกันทำงานออกแบบกลไกบ้านเมืองอยู่ใน สนช. สปท. หรือ กรธ. ล้วนเคยร่วมด้วยช่วยกันยกร่างกฎบัตรกฎหมายให้รัฐบาลประชาธิปไตยมาก่อน
โดยเฉพาะรัฐบาลที่พวกคนเหล่านี้เคยมีอำนาจอยู่ด้วยกันแท้ๆ แต่กลับสร้างวาทะโน้มน้าวความคิดผู้คนให้แบ่งเขาแบ่งเราอยู่ร่ำไป โดยพวกตนคือประชาธิปไตยเท่านั้น ขณะที่หัวหงอกหัวดำอยู่นอกถนนการเมืองหรือผู้เฝ้ามองอย่างเราท่านกำลังสมยอมเผด็จการไปซะนี่
กลุ่มคนหน้าเดิมคงบอกว่า "การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้รองรับเผด็จการเข้ามากุมอำนาจอีกครั้ง" ก่อนจบลงด้วยประโยคไม่ต้องคาดเดาอะไรมาก "ต้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญสถานเดียว"
สงสัยตกอยู่ในอาการเผด็จการหลอกหลอนระยะสุดท้าย ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปากเปียกปากแฉะ "โรดแมปได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายในปี 2560"
ล่าสุดวานนี้ กล่าวย้ำชนิดที่เด็กนักเรียนชั้นประถมท่องจำกันได้ "ถึงร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็ยังยืนยันต้องมีการเลือกตั้งภายในปี 2560 ให้ได้"
หรือเป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองไม่ใช่เฉพาะรับใช้เผด็จการอย่างที่นักการเมืองตกงานยัดเยียด
แต่ยังเป็นทั้งมือประสานให้พรรคการเมืองใหญ่หลายต่อหลายครั้ง ยังกล่าวว่า "ร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนเว้นวรรคหรือไม่เว้นวรรค คสช. ผมไม่เข้ามาเล่นการเมือง ต่อให้เว้นวรรคสักร้อยปีเลยก็ได้ เข็ดแล้วกับการเมือง"
ฉะนั้น การที่ขบวนการป่วนเมืองเรียกบิลกล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จ้องเปิดทาง คสช.กลับเข้ามากุมอำนาจ มันมีข้อเท็จจริงอยู่ตรงไหน
อีกทั้งเป็นที่แน่นอนว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่มีคณะกรรมการพิเศษเฉกเช่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ ทำหน้าคลี่คลายวิกฤตการณ์ทางการเมือง เนื่องจากมีการเขียนบทบัญญัติ ด้วยการมอบความไว้วางใจให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย
ถูกต้องแล้วที่ กรธ.ไม่หลงไปดีเบตตามคำท้าทายขบวนการป่วนเมือง เพราะในที่สุดไม่มีประโยชน์อะไรเลย
นอกจากสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขบวนการแผ่นเสียงตกร่องได้ออกทีวี
สู้เดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนอันเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยแท้จะดีกว่า







