
ระวังไว้ก่อน
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวแต่ก็ไม่ไกลอีกต่อไป
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวแต่ก็ไม่ไกลอีกต่อไป ภายหลังกลุ่มก่อการร้ายไอเอสได้ก่อเหตุระเบิดพลีชีพบริเวณหน้าศูนย์การค้าซารินาห์ กลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับที่พักของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด และที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขณะที่ทางการอินโดฯ เพิ่มมาตรการความเข้มงวดสูงสุด เพื่อเฝ้าระวัง พร้อมยอมรับว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อการร้าย
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียมากนัก เมื่อเทียบกับเหตุระเบิดท้าวมหาพรหมปี 2558 ที่ผ่านมาในไทย ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แต่เป็นการสะท้อนภาพให้เห็นว่าความรุนแรงในลักษณะเชิงก่อการร้ายได้คืบคลานเข้ามายังภูมิภาคนี้
แม้หน่วยงานความมั่นคงไทยเคยประเมินว่าเราไม่ใช่เป้าหมายให้กลุ่มก่อการร้ายเข้ามาโจมตี แต่หากเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ ย่อมส่งผลดีกว่าปล่อยให้เข้าข่ายสุภาษิตวัวหายล้อมคอก
เพราะอย่างที่ผ่านมา เช่น เหตุระเบิดท้าวมหาพรหม บทสรุปไม่ใช่เป็นการก่อการร้าย แต่เพียงเพราะต้องการตอบโต้ทางการไทย ซึ่งมีมาตรการเข้มตรวจสอบการทำพาสปอร์ตปลอม จนขวางเส้นทางรายได้เป็นกอบเป็นกำต่อขบวนการค้ามนุษย์ เลยเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมของการสูญเสียครั้งสำคัญและสะพรึงในประวัติศาสตร์ไทยที่ถือว่ารุนแรงอย่างมาก
เรื่องระเบิดท้าวมหาพรหมอาจเทียบไม่ได้กับเหตุระเบิดในอินโดฯ แต่ไทยจำเป็นต้องระแวดระวังป้องกันไว้ เพราะอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้มีการประกาศของกลุ่มก่อการร้ายเตรียมขยายฐานเข้ามาในภูมิภาคนี้ ผนวกกับไทยที่ผ่านมาถูกมองเป็นแหล่งพักพิงให้กับกลุ่มคนประเภทนี้ เนื่องด้วยมาตรการตรวจค้นอย่างเข้มงวดยังไม่เพียงพอ รวมถึงระบบอำนวยการต่างๆ
ไม่ใช่อยากให้เป็นกระต่ายตื่นตูม แต่หากมีการเฝ้าระวังไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทุบโต๊ะ...เลยว่า ส่งผลดีให้กับประเทศอย่างยิ่งโดยเฉพาะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงนักลงทุนชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศ ต่อมาตรการรักษาความปลอดภัย







