
ต้องตรงจุด
เมื่อราคาน้ำมันยิ่งดำดิ่งลงมาเท่าไร ราคายางพารายิ่งร่วงลงเท่านั้น ยิ่งประเทศเพื่อนบ้านต่างปลูกยางเช่นกัน
โดย...ปริญญา ชูเลขา
เมื่อราคาน้ำมันยิ่งดำดิ่งลงมาเท่าไร ราคายางพารายิ่งร่วงลงเท่านั้น ยิ่งประเทศเพื่อนบ้านต่างปลูกยางเช่นกัน ส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลงปริมาณมากกว่าความต้องการ
บางประเทศเอาตัวรอดได้ เพราะมีการผลิตยางตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จากน้ำยางสู่ยางรถยนต์ แต่ประเทศไทยผลิตเพียงยางต้นน้ำ ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้กำหนดราคารับซื้อ ดังนั้นการกล่าวโทษรัฐบาลในอดีตที่มุ่งส่งเสริมด้านอุปทานจึงไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ
วันนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราทุกข์ระทมมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเปิดหน้ายางครั้งแรก เพราะไม่อาจโค่นต้นไปปลูกพืชชนิดอื่นตามไอเดีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ เพราะเงินทุนทั้งชีวิตจมไปกับต้นยางกว่าจะโตขึ้นมาได้ วันนี้ยาง 4 กิโลกรัม 100 บาท มีแต่ขาดทุนยับเยิน จึงไม่อยากไปปลูกชนิดอื่นจึงน่าเห็นใจ
ส่วนกลุ่มต้นยางอายุมากๆ เริ่มโค่นต้นยางเพื่อปรับเปลี่ยนการปลูกกันบางแล้วแต่ยังน้อยมากๆ เช่น มังคุด ทุเรียน มะละกอ เป็นต้น แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก
เพราะ 1.ขาดแคลนแหล่งน้ำ 2.ต้องลงทุนเพิ่มอีกหลายแสนบาทในการเจาะบ่อบาดาลเพื่อทำระบบส่งน้ำ เพราะทราบดีว่า สวนผักผลไม้ต้องถึงน้ำ จึงจะให้ผลผลิต เป็นเหตุให้เกษตรกรชาวสวนยางบางส่วนไม่กล้าเปลี่ยนแปลง เพราะต้องลงทุนเพิ่มและเสี่ยงต่อการขาดทุน เนื่องจากมือใหม่ เพราะทราบดีว่าผลไม้เป็นพืชที่ต้องการความเอาใจใส่สูงและต้องใช้เวลานานหลายปี กว่าจะเก็บเกี่ยว แต่ค่างวดและดอกเบี้ยเงินกู้ต้องชำระรายเดือน
จึงทุบโต๊ะว่ารัฐบาลอย่าคิดว่ายางพารามีปริมาณมากต้องเข้าสู่กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว หรือจะให้เกษตรกรโค่นต้นยางทิ้งโดยไม่ทราบสภาพความเป็นจริงและข้อจำกัด หรือจะใช้วิธีรับซื้อก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือให้เกษตรกรโค่นยางทิ้งโดยไร้ปัจจัยทุนและแหล่งน้ำรองรับปลูกพืชชนิดใหม่ ดังนั้นจึงควรหันหน้ามาคุยกัน แบ่งกลุ่มปัญหาแล้วเข้าไปช่วยเหลือจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่านี้







