
กลัวยาแรง
เปิดมาต้นปีไม่กี่วัน การเมืองเริ่มร้อนแรง โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองตกงานแสดงลีลาวาทะผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอย่างเผ็ดร้อนทีเดียวครับ
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
เปิดมาต้นปีไม่กี่วัน การเมืองเริ่มร้อนแรง โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองตกงานแสดงลีลาวาทะผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอย่างเผ็ดร้อนทีเดียวครับ
ประโยคหนึ่งที่นักการเมืองตกงานสามัคคีวาจา หนีไม่พ้นคำว่า “ไม่กลัวยาแรง” ทำให้นึกถึงสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเขียนบทความลงคอลัมน์ซอยสวนพลู ต่อต้านการกดดันของทหารในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า “กูไม่กลัวมึง” เหมือนกัน
เพียงบริบทต่างกันตรงที่ยุคนั้นกลุ่มทหารแทรกแซงอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ตอนนี้การร่างรัฐธรรมนูญเป็นภาระหน้าที่ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุด มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ซึ่งใช้กลวิธีผ่อนสั้นผ่อนยาวหาจุดลงตัวให้มากที่สุด
อีกอย่างเรื่องของเรื่องเพียงแค่มาจากบทสัมภาษณ์อาจารย์มีชัย เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2559 ซึ่งกล่าวถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ตอนนี้มีความคืบหน้าไปมาก
ซึ่งท่านอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมติดตาม โดยเฉพาะการสร้างกลไกให้การทุจริตลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ต้องกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองทุกองคาพยพ
“จะต้องไม่เคยถูกตัดสินในคดีทุจริต ทั้งในหน้าที่และการเลือกตั้ง ถ้าใครถูกตัดสินเช่นนั้นต้องถูกห้ามตลอดชีวิตเป็นมาตรการยาแรง หวังว่าคนที่เข้าสู่การเมืองจะตระหนักถึงความรุนแรงอันนี้ และหลีกเลี่ยงไม่ทำผิด” อาจารย์มีชัย กล่าวไว้
ปรากฏว่านักการเมืองตกงานเปิดฉากถล่มอาจารย์มีชัยไม่ยั้งสิครับ กระทั่งถึงวันนี้ยังงัดคัมภีร์ประชาธิปไตยท่องภาษาเดิมๆ “เป็นเนติบริกรรับใช้เผด็จการบ้างล่ะ” “กรธ.ดูถูกประชาชนบ้างล่ะ” (ซ้ำซากไม่แปรเปลี่ยน)
ความจริงก็ถูกต้องตามที่นักการเมืองบางท่านกล่าว หากผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ริยำตำบอนสร้างความฉาวโฉ่กระฉ่อนไปทั่วโลก จะไปกลัวอะไรกับยาแรง...จริงมะ จริงมะ
แม้แต่คนรู้ข่าวล่วงหน้า อาจารย์มีชัยและคณะกำลังผลิตวัคซีนสูตรเข้มข้นยังจดๆ จ้องๆ อยู่เงียบๆ แต่กลับคนที่ประกาศไม่กลัวหรอกยาแรง กลับโวยวายลามปามไปทำไม อันนี้ก็งงๆ อยู่เหมือนกัน
ขนาดการประชุม กรธ. เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา กรธ.แถลงเกี่ยวกับการสร้างกลไกตรวจสอบผู้สมัครวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่าอาจให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดทำเอกสารเปิดเผยประวัติของผู้สมัครแต่ละคน
โดยเฉพาะข้อมูลในทางร้ายหรือด้านมืดของผู้สมัครนั่นแหละ จึงอาจต้องมีการร่างกฎหมายภายหลังเพื่อคุ้มครอง กกต.ในจังหวัดต่างๆ เพราะ กกต.ได้เปิดเผยประวัติอาชญากรรมของผู้สมัคร
นี่ก็ถือเป็นยาแรงสำหรับผู้เตรียมลงสมัครวุฒิสภาเช่นกัน แต่ยักไม่มีใครโวยวายสักคน
ตามที่กล่าวคนหงุดหงิดตอนนี้กลับเป็นผู้เตรียมตัวลงสมัครผู้แทนราษฎร (สส.) รวมถึงผู้ที่กำลังแสดงผลงานทางหน้าสื่อ หวังว่าสักวันจะได้เป็นรัฐมนตรีซะมากกว่า
ปากบอกไม่กลัวยาแรง แต่ออกอาการร้อนตัวมากกว่าเพื่อน มนุษย์หนอมนุษย์...เฮ้อ!!!







