
ถึงเวลาปรับตัว
เกิดกระแสข่าวในโลกออนไลน์พร้อมกับคำถามตามมาถึงความรับผิดชอบ
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เกิดกระแสข่าวในโลกออนไลน์พร้อมกับคำถามตามมาถึงความรับผิดชอบ จากกรณีมีหนุ่มเคราะห์ร้ายรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหลังเกิดอุบัติเหตุเดินตกท่อระบายน้ำ
ซึ่งอยู่ภายใต้การรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยถูกซี่ตะแกรงท่อระบายน้ำบาดขาจนได้รับบาดเจ็บและต้องเย็บไปกว่า 100 เข็ม อีกทั้งไม่ได้รับค่าเยียวยาจาก กทม.แต่อย่างใด
เนื่องด้วยไม่มีระเบียบราชการกำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ ทำให้หนุ่มเคราะห์ร้ายเตรียมเดินหน้ายื่นฟ้อง กทม. ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบตรงเพื่อให้ชดเชยค่าเสียหายเป็นกรณีตัวอย่าง
ภายหลังเกิดเรื่องขึ้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่า “เมื่อได้ทราบข่าวก็รู้สึกเป็นห่วง แต่ทางระเบียบราชการแล้วไม่ได้มีข้อกำหนดในการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแต่อย่างใด ซึ่งทาง กทม.เองก็ต้องยึดตามระเบียบราชการดังเช่นหน่วยงานอื่นๆ และหากจะจ่ายเงินนอกเหนือกฎหมายที่มีก็อาจจะถือว่าเป็นการผิดระเบียบทางราชการ หากต้องการเรียกร้องใดๆ ให้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายแทน”
ได้ยินแบบนี้ทำให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ รู้สึกถึงคำว่า “ชีวิตดี๊ดี” ไปตามๆ กัน เพราะต่อไปจำต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว เทียบเรื่องนี้หากเกิดในต่างประเทศคงไม่ต้องสาธยาย
เพราะภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ ก็พร้อมดำเนินการชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบทันทีโดยไร้เงื่อนไข เนื่องมาจากความผิดของการบริหารงานตัวเองที่สะเพร่าจนเป็นเหตุ
รวมถึงปรับปรุงสิ่งก่อสร้างที่ชำรุดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เพื่อให้คนของเขาได้ใช้ชีวิตเป็นอยู่ดีขึ้นและคุ้มค่ากับค่าเงินภาษีที่เสียให้กับรัฐใช้บำรุงรักษาด้วยสามัญสำนึกอันดียิ่ง
จึงเป็นเรื่องที่ควรหยิบยกมาเป็นแบบอย่าง และเมื่อปัญหามาจาก กทม.ไม่มีระเบียบนี้ เห็นทีแนะนำว่าควรปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยนิยมเหมือนอย่างชาติพัฒนาแล้ว
หากจะดูแลกันแบบไทยๆ ในลักษณะนี้ ทุบโต๊ะ...เสียงดังเลยว่า ไม่เป็นผลดีกับ กทม.ยุคอนาคตแน่นอน







