posttoday
'คนรุ่นใหม่ Slow Life ?'

'คนรุ่นใหม่ Slow Life ?'

16 ธันวาคม 2558

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง

วันนี้เราเริ่มได้ยินกระแสคนรุ่นใหม่ Slow Life กันมากขึ้น ..คือชิวเกิน ?

เราต้องมองให้เข้าใจก่อนว่าคนแต่ละ Generation เกิดในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันย่อมมองไม่เหมือนกัน ...อย่าง Baby Boomer ที่วันนี้เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตเกิดในช่วงที่ความต้องการมากกว่าคนผลิตสินค้าคือ Demand มากกว่า Supply แถมหลังสงครามมันคือช่วงแห่งความลำบากทุกอย่างต้องเริ่มสร้างใหม่ ..ประเทศไทยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเป็นยุคแห่งการสร้างตัว "ลอดลายมังกรเสื่อผืนหมอนใบขยันประหยัดอดทน"

..ดังนั้นความสำเร็จในยุคนั้นคือการทำอะไรก็ได้ต้องขยันต้องอึดทุกอย่างเป็นโอกาสขอให้สู้และอดทน -- ทำให้ยุคนั้นมีค่านิยมของการสู้ชีวิตทำแล้วเก็บไม่ใช้เพราะรู้ซึ้งถึงความยากลำบากในช่วงนั้น

แต่คุณมาดูยุคนี้ซิ Gen Y มักเป็นรุ่นที่ 3 ของครอบครัว ..ปู่สร้างพ่อขายก็ถึงลูกก็สบายดิครับแล้วไงต่อล่ะ ?

...Gen Y เกิดมาในยุคของสบายกายลำบากใจ -- เพราะวันนี้คนผลิตสินค้ามันเกินความต้องการบริโภคจนทั้งโลกพลิกตัวเข้ามาจุดสมดุลย์ในการผลิตคือธุรกิจต่างๆเริ่มขายของไม่ได้ -- เหนื่อย!! เพราะคนผลิตสินค้าเหมือนๆกันมากเกินไป ...จนมันเข้าสู่ Peak หรือจุดสูงสุดของยุคอุตสาหกรรม

วันนี้สิ่งที่เราจะเจอคือการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งโลกคำถามที่เกิดขึ้นคือ

1. การทำงานหนักเพิ่มผลผลิตเพื่อลดราคาสุดท้ายสร้างสินค้าที่ดีต่อลูกค้าหรือสร้างขยะกันแน่ ?
2. ผลผลิตที่เกินเช่นกำลังการผลิตของโรงงานต่างๆที่กู้และขยายจนเกินความต้องการจะจัดการกับผลผลิตส่วนเกินอย่างไร -- คุณจะใช้โฆษณาซึ่งไม่ work เพื่อดึงดูดให้คนซื้อสินค้าที่จริงๆลูกค้าไม่ต้องการหรือคุณจะเปลี่ยนวิธีคิดในการสร้างสินค้าและบริการใหม่ ?
3. ปัญหาการสร้างหนี้ของธุรกิจทั้งโลกที่กู้กันเกินตัวเพื่อขยายธุรกิจ ..ส่งผลให้เงินล้นระบบและดันราคา Asset ทั่วโลกให้แพงเกินจริงจนวันนี้การทำธุรกิจมีต้นทุนที่สูงเกินจริง ..วันนี้คุณจะซื้อที่ดินเอามาทำธุรกิจแทบจะไม่คุ้มอีกต่อไป ..แปลว่าอะไร ? -- Bubble เมื่อไหร่จะแตก ?...แล้วหลังจากแตกคนที่คิดว่าตัวเองรวยจะซวยแค่ไหน ?
4. เงินเท่าไหร่ก็ไม่พอเกษียณเพราะเราแสวงหาเงินก้อนมากกว่ากระแสเงินสด ..ซึ่งไม่เคยมีใครเกษียณแล้วสบายใจหากไม่มี Passive Income ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจประเด็นนี้เลย
5. คนส่วนใหญ่ทำงานที่ไม่ชอบเพื่ออะไร ..เพื่อให้ผลงานห่วย ..เพื่อให้ชีวิตเครียด -- พอเครียดและผลงานห่วยก็ได้เงินน้อยตามมา -- 'ทำไมต้องเดินตามเส้นทางเดิมล่ะ?'
..ทั้งที่วันนี้โลกเราให้ทางเลือกกับคนที่ทำงานที่รักแถมได้เงินเช่นคน 10% ของทุกสายอาชีพ ...คนส่วนใหญ่ยังคิดว่างานคือ 'กรรม' ทั้งที่คน 10% เขาทำงานเพื่ออธิบายตัวตน

...คำว่าเกษียณไม่มีอยู่จริงสำหรับคน Top ในทุกอาชีพ

คุณคิดดีๆซิแล้วจะพบว่าอีก10 ปีคนที่เข้าใจและเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกอาชีพจะทิ้งห่างคนที่ไม่เข้าใจอย่างไม่เห็นฝุ่นทั้งด้านการเงินและความสุขในชีวิต

สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ในวันนี้ ไม่ใช่ตามกระแส แต่คือ การนำกระแส ... “การนำกระแส คือ การนำตัวเอง โดยเริ่มจากเข้าใจตัวเอง หาจุดที่ดีที่สุดที่เหมาะกับตัวเอง เริ่มจากการหาตัวเองให้เจอ ค้นหางานที่เรารักที่จะทำ โดยโจทย์ก็คือ งานนั้น ไม่ว่าจะได้เงินมากหรือน้อย อาจจะไม่ได้เงินเลย เราก็ยังยินดีที่จะทำมันชั่วชีวิต ...งานแบบนั้นแหละ ที่ควรจะเป็นงานของเรา ...งานนั้นแหละที่มันอธิบายความเป็นเรา ...ยิ่งทำงานแบบนั้น ชีวิตยิ่งชัดเจน เพราะเราคุณค่าในตัวเราผ่านงานนั่นที่เราทำ คนอื่นจึงเห็นตัวตนของเรา และ คุณค่าจากงานที่เราทำ” ..มันเป็นสมการชีวิตที่กลับข้างกับคนส่วนใหญ่ ที่ทนทำงานเพื่อเงิน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงิน -- แต่สมการนี้เริ่มจากงานที่ใช่ แล้วสุดท้ายเงินตามมาเอง

โลกกำลังเปลี่ยนแล้วจริงๆครับ ...คุณพร้อมรับมันหรือยัง ?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท