
รอเวลาฆ่า
บรรดานักคิดสายโรแมนติกมักจะมีข้อแก้ตัวแทน คสช.อยู่เสมอว่า การรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 นั้น
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
บรรดานักคิดสายโรแมนติกมักจะมีข้อแก้ตัวแทน คสช.อยู่เสมอว่า การรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 นั้น เกิดขึ้นเพื่อยุติการฆ่ากันระหว่างม็อบ กปปส. และคนเสื้อแดง
แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านมา 1 ปีครึ่ง คำตอบยิ่งชัดเจนว่า การรัฐประหารนั้นไม่ได้มีเพื่อยุติการฆ่า
แต่คือการเบรกเวลา เพื่อเอาพรรคเพื่อไทยออกไป โดยมีม็อบนกหวีดเป็นสปอนเซอร์ คอยเชียร์ให้ทหารเข้ามามากกว่า
สังเกตได้จากตอนนี้ คสช.ไม่ได้ทำอะไรให้เกิดความปรองดองแม้แต่น้อย ทว่ายังใช้อำนาจตัวเอง โดยเรียกสวยหรูว่าเป็น “กฎหมาย” เพื่อเอาผิดฝ่ายตรงข้ามที่ตีฆ้องร้องป่าวให้ตรวจสอบการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ด้วยการป้ายสีว่ามีนักการเมืองหนุนหลัง
แต่ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกันอย่าง กปปส. กลับได้รับความสะดวกสบายเต็มที่ สังเกตได้จาก สุเทพ เทือกสุบรรณ จะพูด จะแถลงข่าวอะไร ก็สามารถทำได้อย่างอิสระ เพราะพูดจา “เข้าหู”
ขณะเดียวกัน เมื่อหลวงปู่พุทธะอิสระนำ “ผู้รักชาติ” ไปชุมนุมประท้วงเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ที่ออกมาวิจารณ์กฎหมายไทย ก็สามารถทำได้สะดวกโยธิน เพราะแน่นอน ถ้าไม่มีหลวงปู่ฯ วันนั้น ก็ไม่มี คสช.วันนี้
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้อความที่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งไลน์ถึง สุเทพ ในช่วงการชุมนุม กปปส.ว่า “คุณสุเทพ คุณกับมวลมหาประชาชน กปปส. เหนื่อยมามากแล้ว จากนี้เป็นหน้าที่ของกองทัพบกในการเข้ามาดูแลแทนเอง” ที่สุเทพเอามาเปิดเผยภายหลังกับกองเชียร์นั้น คือเรื่องจริงแน่นอน
ยิ่งนานวันก็ยิ่งชัดว่า ธงของคณะทหารและธงการ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” คือธงเดียวกัน นั่นคือรักษาอำนาจของกองทัพและชนชั้นนำ รวมถึงจำกัดอำนาจประชาชนไม่ให้ได้ใช้เสียงของตัวเองเต็มที่
พนันกันได้ว่ากลางปี 2560 ทหารจะไม่ยอมลงจากอำนาจง่ายๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าเครื่องมืออย่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงโรดแมปปฏิรูปทั้งหลาย จะรักษาอำนาจของผองพวกไว้ได้
นอกจากความปรองดองจะไม่เกิดขึ้นแล้ว การกระทำของทหารยังบ่มเพาะความเกลียดชังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใส่ร้ายคนที่ไม่เห็นด้วยว่าเกี่ยวข้องกับการเมือง หรือหนักกว่าคือประณามให้เป็นพวก “ทำลายชาติ” ซึ่งต้องกันออกไปห่างๆ
ประเทศไทยในฝันของ พล.อ.ประยุทธ์ มองเห็นแต่แฟนคลับ กองเชียร์ และชนชั้นนำเท่านั้น แต่หลงลืมไปว่ายังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้อีนังขังขอบด้วย
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ “ไม่เชื่อ” ว่าวิธีนี้ถูกต้อง คำถามคือจะเอาคนที่ไม่เชื่อไปไว้ไหน หรือจะใช้อำนาจที่มีอยู่ปิดปากไปเรื่อยๆ
ด้วยการกระทำเช่นนี้ ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะรากงอกอยู่ในอำนาจต่อไป หรือจะให้ใครมารับไม้ต่อ คนไทยก็ไม่อาจเลี่ยงการปะทะกันด้วยอารมณ์ และปะทะกันด้วยกำลังได้ เพราะ คสช. “เลือกแล้ว” ว่าจะอยู่ข้างไหน
ตราบใดที่ยังแสดงออกว่าตัวเองเลือกข้าง จัดการคนเห็นต่างด้วยอำนาจล้นฟ้า และใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อพวกตัวเองฝ่ายเดียว ประเทศไทยก็ยังสุ่มเสี่ยงที่จะปะทะกันได้ทุกเมื่อ รอแค่โอกาสจะเอื้ออำนวยแค่นั้นเอง







