
เส้นแบ่งเสรีภาพ
ปมร้อน “อุทยานราชภักดิ์” ทำให้สถานการณ์การเมืองภายใต้ปีกพยัคฆ์ตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่นคลอนไม่น้อย
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
ปมร้อน “อุทยานราชภักดิ์” ทำให้สถานการณ์การเมืองภายใต้ปีกพยัคฆ์ตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่นคลอนไม่น้อย
การคุมตัว จ่านิว แกนนำนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ และแนวร่วมประมาณ 20 คน ที่กำลังเดินทางไปหัวหิน เพื่อที่จะดำเนินการตามประกาศจัดกิจกรรม “นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง”
เป็นการตอกย้ำสถานการณ์การเมืองไทยและสะท้อนคำพูดช่วงหนึ่งของบิ๊กตู่ ที่กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย. ที่ว่า
“วันนี้ขอย้ำอีกครั้ง เราอยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติมากนัก ความขัดแย้งยังคงมีอยู่ แม้ว่าจะยังไม่เกิดความรุนแรงขึ้นก็ตาม บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย แต่เราก็มีความจำเป็นในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งกฎหมายปกติและกฎหมายพิเศษ อย่างระมัดระวังเพื่อรักษาบรรยากาศในการพัฒนา และเพื่อลดความขัดแย้ง แต่ขอร้องไม่ให้ก้าวล่วงละเมิดซึ่งกันและกัน รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลพิเศษ มาเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ได้มาสร้างปัญหา หรือว่ามาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พร้อมที่จะรับฟังทุกเรื่อง เราคงต้องการความร่วมมือและเชื่อใจจากพี่น้องทุกคน”
ขณะที่ มาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กลับทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @KentBKK โดยเป็นการรีทวีตเหตุการณ์ทหารจับกุมกลุ่มนักศึกษาดังกล่าว ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า “ผมเคยหวังไว้ว่าการที่รัฐบาลอนุญาตให้มีการชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐถึง 200 คนนั้น อาจแสดงให้เห็นถึงการผ่อนคลายมาตรการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมเสียอีก”
สรุปแล้วเรื่องของสิทธิเสรีภาพยังคงเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะต้องขึ้นอยู่กับบริบทสภาพแวดล้อมสถานการณ์บทบาทหน้าที่ภายใต้หัวโขนของแต่ละคน ทุบโต๊ะ เลยว่า เวลานี้ถ้าทุกคนดึงดันที่จะยึดเอาแต่สิทธิหน้าที่ของตัวเองเป็นหลัก ไม่มีผ่อนปรนหรือหันหน้าเข้าหากัน ก็ยากที่ประเทศจะเดินหน้าไปได้อย่างที่วาดฝันไว้







