
ไม่ควรแตะของร้อน
การทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ภายใต้การนำของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ถือว่ามีความคืบหน้าเป็นระยะ
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
การทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ภายใต้การนำของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ถือว่ามีความคืบหน้าเป็นระยะ ทั้งในเรื่องของการกำหนดที่มาของนายกรัฐมนตรี การเลือกตั้ง สส. และกระบวนการในการได้มาซึ่ง สว.
แม้ว่า 3 เรื่องสำคัญดังกล่าว ทาง กรธ.จะออกตัวว่ายังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นการให้พรรคการเมืองเสนอชื่อว่าที่นายกฯ 5 คนก่อนการเลือกตั้ง หรือการใช้ระบบเลือกตั้ง สส.ที่เรียกว่าจัดสรรปันส่วนผสม แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว กรธ.คงจะไม่ทำการเปลี่ยนแปลงในหลักการสำคัญอะไรอีกแล้ว เว้นแต่จะมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นหนึ่งที่คณะ กรธ.ยังไม่ได้ข้อสรุป คือ การวางกลไกเพื่อแก้วิกฤตการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาคณะ กรธ.พยายามชี้แจงมาตลอดว่ายังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้มีเครื่องมือแก้ไขปัญหาในรูปแบบคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) หรือไม่
ทว่า เรื่องนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีหนังสือส่งตรงมาถึงคณะ กรธ. เพื่อเสนอแนะเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 10 ข้อ หนึ่งในข้อเสนอแนะมีการระบุว่า “การร่างรัฐธรรมนูญควรบัญญัติช่องทางเผื่อกาลในอนาคตในการผ่าทางตันเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้ด้วย โดยเฉพาะการเกิดปัญหาสุญญากาศทั้งด้านนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง”
จากข้อเสนอดังกล่าวของ คสช.ทำให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีว่า คสช.กำลังต้องการให้ กรธ.บรรจุ คปป.ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ต่างอะไรกับการวัดใจ กรธ.ไปในตัว เพราะ กรธ.ถือเป็นหนึ่งในแม่น้ำห้าสาย
แต่ถึงกระนั้น ทุบโต๊ะ ได้เลยว่า ถ้า กรธ.นำของร้อนอย่าง คปป.มาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ย่อมมีผลต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต ซึ่งบางทีเจตนาที่ดีอาจเป็นการสร้างปัญหาในระยะยาว







