
ปี'59วิกฤตอาหาร
ในปีหน้าคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเผชิญวิกฤตภัยแล้งรุนแรงส่งผลกระทบในวงกว้าง
โดย...ปริญญา ชูเลขา
ในปีหน้าคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเผชิญวิกฤตภัยแล้งรุนแรงส่งผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงสั่งทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้า จากความแปรปรวนของสภาพอากาศ เพราะฤดูฝนปีนี้มาเร็วไปเร็วกว่าปกติ
และที่สำคัญปริมาณน้ำฝนที่เคยตกเหนืออ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อนสำคัญ 4 แห่ง คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อย-บำรุงแดน เหลือน้อยมาก และกลับกลายเป็นว่าสายฝนปีนี้ย้ายไปตกท้ายเขื่อนแทน ย่อมทำให้น้ำในสต๊อกที่จะเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งย่อมเหือดแห้ง
จึงไม่แปลกที่รัฐบาลขอความร่วมมือห้ามปลูกข้าวนาปรังบางพื้นที่ พร้อมกับสนับสนุนชาวนาให้เปลี่ยนอาชีพมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เช่น เมลอน ถั่วเขียว แคนตาลูป มันเทศ เป็นต้น แม้ในสภาพพื้นที่จริงชาวนาไม่มีความชำนาญและบางพื้นที่สภาพดินไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นฤดูแล้งปีนี้ชาวนาจะเผชิญปัญหาไม่มีรายได้จากการทำนา
สัญญาณร้ายภัยแล้งเริ่มก่อตัวล่าสุด เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา งดจ่ายน้ำ 7 เดือน และเขื่อนอุบลรัตน์ เหลือน้ำกักเก็บเพียง 12% ดังนั้นชาวนาต้องทำใจยอมรับความจริงว่าการปลูกข้าว 2 หรือ 3 รอบต่อปี เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป และอย่าลืมว่าปริมาณน้ำในเขื่อน ต้องใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และผลิตน้ำประปา รวมถึงการผลักดันน้ำเค็มด้วย ความเดือดร้อนจากภัยแล้งปีนี้จะรุนแรงมากเพราะจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าอาหารที่ต้องใช้น้ำโดยเฉพาะภาคปศุสัตว์และเกษตรกรรม
จึงทุบโต๊ะว่าภัยแล้งปีหน้าจะวิกฤตหนักขาดแคลนน้ำใช้ในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมพืชผักผลไม้เนื้อสัตว์จะราคาแพง พี่น้องชาวนาจะไม่มีรายได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาและสต๊อกน้ำไว้ใช้รับมือวิกฤตที่จะเกิดขึ้น







