
อยากประหยัดภาษี อย่าลืมไปเที่ยว
โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP
โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP
หลายคนอาจลืมไปแล้วนะครับว่า เงินที่เราจ่ายสำหรับเป็นค่าเที่ยวในประเทศ เราจะได้สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยวด้วย คือ เราสามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท และที่สำคัญสิทธิประโยชน์นี้ให้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้เท่านั้นครับ ดังนั้นใครอยากเที่ยว รีบซื้อทัวร์ตั้งแต่วันนี้นะครับ
"สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว" คืออะไร
"สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว" คือให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ นำมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558
หากดูตามกฎหมายแล้ว สรุปได้ว่า
•คนได้สิทธิประโยชน์ คือ บุคคลธรรมดาเท่านั้น ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลไม่ได้สิทธิ
•ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวที่ลดหย่อนได้ ได้แก่ ค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ดังนั้น ค่าตั๋วรถทัวร์ ตั๋วเครื่องบินที่เราซื้อเอง ค่ารถเช่า ฯลฯ ลดหย่อนไม่ได้ เว้นแต่รวมอยู่ในแพ็คเกจทัวร์ หรือถ้าเราจองโรงแรมผ่าน online อย่าง Agoda ก็ลดหย่อนไม่ได้ครับ เพราะ Agoda ไม่ได้จดทะเบียนในไทย และเราก็ไม่สามารถขอใบเสร็จจากโรงแรมที่เราจองผ่าน Agoda ได้ เพราะเราจ่ายเงินให้ Agoda ไม่ได้จ่ายเงินให้โรงแรม สรุปง่ายๆ ถ้าหวังสิทธิประโยชน์ภาษีให้จองกับโรงแรมโดยตรงครับ
ประโยชน์ของ"สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว" คืออะไร
"สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว" พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับกรมสรรพากรช่วยออกค่าเที่ยวให้เรา สมมติให้เห็นภาพกันดีกว่า ถ้าปีนี้เรามีการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว 15,000 บาทพอดี
•ถ้าฐานภาษีเรา 5% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 750 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 14,250 บาท
•ถ้าฐานภาษีเรา 10% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 1,500 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 13,500 บาท
•ถ้าฐานภาษีเรา 15% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 2,250 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 12,750 บาท
•ถ้าฐานภาษีเรา 20% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 3,000 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 12,000 บาท
•ถ้าฐานภาษีเรา 25% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 3,750 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 11,250 บาท
•ถ้าฐานภาษีเรา 30% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 4,500 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 10,500 บาท
ประหยัดค่าเที่ยวไปเยอะเลย ยิ่งคนที่ฐานภาษีสูงๆ ยิ่งประหยัดเยอะ แถมรัฐบาลให้ลดหย่อนแค่สิ้นปี 2558 นี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นพวกเรายิ่งต้องเที่ยวกันนะ เพราะหากเราไม่เที่ยว ภาษีที่เราเสียไปแล้ว เราก็จะเสียไปจริงๆ (อย่างคนฐานภาษี 30% ถ้าไม่เที่ยว เงินภาษี 4,500 บาทที่เราเสียไปก็ไม่ได้คืน แต่เพราะเราจ่ายค่าเที่ยวไป 15,000 บาท เราเลยทวงภาษีที่เราจ่ายคืนจากกรมสรรพากรได้)
"สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว" เริ่มใช้ได้เมื่อไร
เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ (วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) คือ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 สรุปก็คือ ใบเสร็จค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวที่ออก ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ครับ
ซื้อทัวร์เทียวต่างประเทศ ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยวด้วยหรือไม่
เสียใจครับ เที่ยวต่างประเทศลดหย่อนไม่ได้ครับ ต่อให้จองทัวร์กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในไทยก็เอาไปลดหย่อนไม่ได้ต้องเที่ยวในประเทศเท่านั้น
จะใช้สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยวต้องทำอย่างไร
สิ่งสำคัญ คือ เอกสารที่นำมาใช้เป็นหลักฐานในการยื่นลดหย่อนภาษี ซึ่งก็คือ ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีสำหรับค่าบริการนำเที่ยวภายในประเทศ หรือค่าที่พักโรงแรมภายในประเทศ ที่เราต้องเรียกขอจากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม โดยเอกสารดังกล่าวต้องระบุชื่อ-นามสกุล ของผู้มีเงินได้ที่จะใช้สิทธิหักลดหย่อน จำนวนเงิน และวัน เดือน ปี ในใบเสร็จ หรือใบกำกับภาษีให้ชัดเจนครับ
เที่ยวกันทั้งครอบครัว ใบเสร็จออกมาเป็นชื่อ สามีและภริยา จะหักลดหย่อนยังไง
เรื่องนี้มีหลายคนสงสัยมากครับ เพราะเราชอบเที่ยวกันทั้งครอบครัว บางทีใบเสร็จออกมาเป็นชื่อ สามีและภริยา จะหักลดหย่อนยังไง หักลดหย่อนอย่างนี้ครับ
•หากสามีหรือภริยามีเงินได้เพียงฝ่ายเดียวให้ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเฉพาะสามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้
•หากสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีระบุผู้จ่ายเงินเป็นทั้งสามีและภริยาให้ใช้หลักเกณฑ์
1.ถ้าสามีภริยาต่างฝ่ายต่างแยกยื่นแบบ ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
2.ถ้าสามีภริยาแยกยื่นแบบ เฉพาะเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งเป็นเงินได้ประเภทเงินเดือน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีของตนเองได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
3.ถ้าสามีภริยาตกลงยื่นแบบและเสียภาษีรวมกัน ให้หักลดหย่อนภาษีได้ทั้ง 2 ฝ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
•แต่ถ้าจะให้ดี แยกใบเสร็จฯเป็นของใครของมันเลยดีกว่า ต่างคนต่างยื่นภาษี จะได้ไม่ยุ่งยาก
รู้อย่างงี้แล้ว ใครไม่เที่ยวคงน่าเสียดายแย่ เที่ยวเมืองไทยกันเถอะครับ นอกจากได้พักผ่อนแล้ว กรมสรรพากรยังมาช่วยจ่ายค่าเที่ยวให้ด้วย แถมเรายังช่วยเศรษฐกิจของชาติด้วยอีกครับ







