
สื่อคือเพื่อน
ไม่รู้อะไรนักหนา คุณประยุทธ์ถึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับคำวิจารณ์ของสื่อมวลชนมาก ถึงขั้นหลุดเรียกสื่อมวลชนว่า “บ่อนทำลายชาติ” ออกมา
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
ไม่รู้อะไรนักหนา คุณประยุทธ์ถึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับคำวิจารณ์ของสื่อมวลชนมาก ถึงขั้นหลุดเรียกสื่อมวลชนว่า “บ่อนทำลายชาติ” ออกมา
เพราะเท่าที่ผมติดตาม ก็ยังไม่เห็นว่าพวกเราจะวิพากษ์อะไรรุนแรง และพูดก็พูดเถอะ สื่อแตะคุณประยุทธ์กับ คสช.น้อยกว่าที่วิจารณ์รัฐบาลก่อนหน้านี้ทุกรัฐบาลมากกว่าหลายเท่า
กับรัฐบาลอื่น สื่ออาจถูกเรียกเป็น “หมาเฝ้าบ้าน” แต่กับรัฐบาลชุดนี้ พวกเรา “เชื่องเป็นแมว”
ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ ถ้าสื่อมวลชนจะทำตัวเชื่อง เพราะในสภาวะบ้านเมืองที่ผู้ปกครองประเทศมีอำนาจล้นฟ้าอย่างมาตรา 44 สามารถให้ทหารนำตัวไปปรับทัศนคติ หรือถ้ายังปรับไม่ได้ ก็นำตัวไปใหม่ได้เรื่อยๆ ฉะนั้นจะวิพากษ์อะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะ
ผมก็ยังแปลกใจว่าวิจารณ์-ตรวจสอบน้อยขนาดนี้แล้ว คุณประยุทธ์ยังอยากได้อะไรจากพวกเราอีก
คุณประยุทธ์ต้องเข้าใจนะครับว่า ในสถานการณ์อย่างนี้ ท่านจะไม่ได้รับคำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาจากใครเลย ไม่ว่าจะจากคนข้างกาย จากขุนทหารด้วยกัน ขณะที่หันไปที่สภา ก็ไม่มีใครกล้าวิจารณ์อะไร เพราะไม่ว่าจะ กรธ. สนช. หรือ สปท. ก็เป็นคนที่ท่านตั้งมาทั้งนั้น
ด้วยเหตุนี้ “เพื่อนแท้” ที่ท่านยังหลงเหลือ และกล้าที่จะพูดกับท่านอย่างจริงใจกับท่านมากที่สุดก็คือสื่อมวลชนนี่ละครับ
ไม่มีใครหรอกครับที่อยากให้ประเทศนี้ตกต่ำ เศรษฐกิจแย่ หรือเกิดความวุ่นวายไม่รู้จบ เพราะธุรกิจสื่อก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สื่อมวลชนก็ยังต้องรับเงินเดือนจากธุรกิจเหล่านี้
ถ้าเศรษฐกิจแย่ พวกเราก็แย่ไปด้วย เพราะฉะนั้นผมก็ยังนึกไม่ออกว่าใครจะไปอยาก “รับงาน” ป่วนประเทศให้ตกต่ำแบบที่ท่านพูด
ในวิชาชีพสื่อ มีคำหนึ่งที่ผมคิดว่ายิ่งใหญ่มาก นั่นคือคำว่า “เสรีภาพสื่อ คือเสรีภาพประชาชน”
หากรัฐให้เสรีภาพในการคิด-เขียน-แสดงออก กับสื่อ ก็หมายความว่ารัฐเคารพเสรีภาพของประชาชน แต่ถ้ารัฐทำตรงกันข้าม ก็หมายถึงว่ารัฐนั้นเป็น “เผด็จการ”
ในห้วงเวลาที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร สื่อจึงเป็นตัวกลางสำคัญที่สุดในการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลของอำนาจ
ตราบใดที่คุณประยุทธ์ยังอยากมีเพื่อนที่จริงใจ คอยตำหนิติเตียนได้ คอยวิพากษ์ได้ ก็ควรเลิกหาทางที่จะควบคุมสื่อให้พูดหรือเขียนแต่สิ่งที่ตัวเองอยากฟังเท่านั้น
ในทางกลับกัน หากยังปล่อยให้มีการใช้อำนาจพิเศษหาทางควบคุม เรียกตัวไปปรับทัศนคติ หรือพยายามตั้งองค์กรอะไรก็แล้วแต่ ด้วยโครงสร้างพิสดารเพื่อให้อำนาจรัฐในการครอบงำสื่ออย่างไม่มีขอบเขต ก็จะยิ่งทำให้ระบบตรวจสอบที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวบิดเบี้ยวเข้าไปใหญ่
เมื่อถึงเวลานั้น ก็อย่าตะขิดตะขวงใจนะครับ หากใครจะตราหน้าท่านว่า “ไม่ใช่ประชาธิปไตย”







