posttoday
นิรโทษอีกแล้ว

นิรโทษอีกแล้ว

12 ตุลาคม 2558

ความจริงไม่มีประโยชน์อันใดเลยที่ต้องมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 200 คน มันเปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

โดย...พะนะท่าน  [email protected]

ความจริงไม่มีประโยชน์อันใดเลยที่ต้องมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 200 คน มันเปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนของ สปท. มาตรา 39/2 ระบุว่า “ให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อดําเนินการให้เกิดการปฏิรูปด้านต่างๆ สืบต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ”

ถามว่าภารกิจสืบต่อการปฏิรูปของ สปช.คืออะไร เพราะ สปช.เขาเสนอรายงานการปฏิรูปด้านต่างๆ ให้รัฐบาลไปแล้ว ผู้ที่จะทำให้การปฏิรูปสัมฤทธิผลก็คือรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ต้องออกกฎหมายมาบังคับใช้

ถ้ารัฐบาลจริงใจอยากจะปฏิรูปในวันนี้พรุ่งนี้ เรื่องไหนอยากผ่าตัดเร่งด่วน ก็ออกกฎหมายส่งให้ สนช.ได้ทันที อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้ารัฏฐาธิปัตย์ หรือจะใช้มาตรา 44 ก็ย่อมได้

อย่าให้เรื่องการปฏิรูปของ สปช.ถูกเก็บใส่ลิ้นชักเหมือนในอดีต สุดท้ายมันจะเป็นเพียงวาทกรรมข้ออ้างหนึ่งของการรัฐประหารเท่านั้น ช่วงหลังทุกรัฐบาลก็ศึกษาๆๆๆ ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ มีการตั้งคณะกรรมการ-สมัชชาปฏิรูปประเทศ มี “นพ.ประเวศ วะสี-อานันท์ ปันยารชุน-นิธิ เอียวศรีวงศ์” เข้าร่วม จนมีข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปออกมาชุดใหญ่ สุดท้ายก็ไม่มีรัฐบาลไหนหยิบมาใช้

อันที่จริงเจตนาให้มี สปท.เขาสงสัยกันว่า เป็นขนมล่อ สปช.ให้โหวตร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ คสช.สั่งหรือไม่ ใครทำตามก็จะได้นั่งเก้าอี้ สปท.

อีกอย่างก็คงทำ สปท.จำลองให้เหมือนสภา สส.ก่อนถึงการเลือกตั้งจริง เพราะดึงตัวแทนฝ่ายการเมือง กปปส. พันธมิตรฯ เข้าร่วมคึกคัก ทั้ง กษิต ภิรมย์, ชัย ชิดชอบ, นิกร จำนง, วิทยา แก้วภราดัย, ศิริชัย ไม้งาม, สมพงษ์ สระกวี

แต่มากสุดเห็นจะเป็นจากฝั่งพรรคเพื่อไทย แต่ละคนล้วนใกล้ตัว ทักษิณ ชินวัตร และเป็นคนใหญ่ในยุคนั้น

พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกฯ เบอร์ 1 สมัยรัฐบาลทักษิณ พล.ต.อ.ชิดชัย ยังเป็นรุ่นพี่สมัยเป็นนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 23 ส่วนทักษิณอยู่รุ่น 26 

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา “บิ๊กอ๊อด” เป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลทักษิณ และยิ่งลักษณ์ ที่ฮือฮาก็คลิปเสียงถั่งเช่าสนทนากับ “นายใหญ่” กับแผนปฏิบัติการลับให้ดัน พ.ร.ก.นิรโทษกรรมเพื่อพากลับบ้าน

สุดท้ายคือ สุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภาในยุครัฐบาลทักษิณ ถ้าจำกันได้วุฒิสภาชุดนั้นถูกแทรกซื้อจากฝ่ายการเมืองเพื่อคุมองค์กรอิสระ จนต่อมาสุชนก็เข้าไปอยู่ในพรรคเพื่อไทยและเพิ่งลาออกไม่กี่วันมานี้หลังไปนั่ง สปท.

ระยะเวลาปีกว่าของ สปท.จากนี้จนถึงการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่ นอกจากศึกษารายงาน สปช.ไปเรื่อยๆ โดยเปล่าประโยชน์ ไม่มีอำนาจอนุมัติอะไร “สภาไส้ติ่ง” นี้ก็อย่าส่งเสียงแต่เรื่องนิรโทษกรรมคดีทุจริต

ถ้าอยากจะผลักดันจริง “บิ๊กตู่” ควรเร่งช่วยเหลือเหยื่อผู้ชุมนุมทั้งสองสี ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่จนครบกำหนดโทษ นี่สิน่าเห็นใจ ถูกแกนนำทอดทิ้งไม่พอ แถมมารู้ทีหลังว่าเขาเล่นเกมอำนาจโดยเอาประชาชนมาเป็นเหยื่อ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท