
ชีวิตดี๊ดี
กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ควบคู่ชีวิตคนเมืองไปเสียแล้วกับเรื่องน้ำท่วม
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ควบคู่ชีวิตคนเมืองไปเสียแล้วกับเรื่องน้ำท่วม เพราะเกิดจากฝนตกหนักเป็นเหตุให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครต้องจมอยู่ใต้บาดาล
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาน้ำท่วมบริเวณหน้าศาลอาญารัชดา และถนนงามวงศ์วาน
พร้อมยอมรับว่าปีนี้มีปริมาณน้ำฝนตกลงมามากกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว จึงเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันท่วงที แต่ภาพรวมถือว่าดีขึ้น ใช้เวลาพร่องน้ำน้อยกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม กทม.เตรียมวิธีการแก้ปัญหาระยะยาวในพื้นที่รัชดาภิเษกด้วยการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำลอดคลองบางซื่อ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร เพื่อนำน้ำไปลงเจ้าพระยา
โดยคาดการณ์ว่าอุโมงค์ดังกล่าวจะสร้างแล้วเสร็จในปลายปี 2559 แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ปัจจุบันนี้ กทม.จะมีวิธีรับมือกับปัญหาทั้งหมดอย่างไรเพื่อให้คนกรุงเกิดความมั่นใจ
เพราะอย่าลืมว่าปัญหาน้ำท่วมกรุงทุกคนต่างรอคอยความหวังจากการแก้ไขปัญหาของผู้ว่าฯ มาตลอด ยิ่งเฉพาะล่าสุดกับการท่วมในหลายพื้นที่ แม้จะเป็นตอนที่ท่านผู้ว่าฯ อยู่ในไทยก็ตาม
หากท่านผู้ว่าฯ ยังจำได้กับสถานการณ์น้ำท่วมกรุงก่อนหน้านี้ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไล่หลังเพราะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ตามที่ประชาชนชาวกรุงวางใจเลือกเข้ามาเพื่อทำหน้าที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ได้มีชีวิตดี๊ดีตามสโลแกนแปะไว้ตามป้ายรถเมล์ จึงเป็นเรื่องให้ท่านผู้ว่าฯ กทม.ต้องกลับไปขบคิดทบทวนวิธีทำงานตอบสนองความต้องการคนกรุง
ส่วนนโยบายดังกล่าวแม้จะเป็นเรื่องดีในอนาคต แต่สิ่งที่เกิดแบบปัจจุบันทันด่วนถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขตามที่ได้อาสาเข้ามารับใช้พี่น้อง กทม.
หวังว่าหากมีอุโมงค์แห่งที่ 3 ในอนาคต แล้วหากเกิดฝนตกคราวหน้าน้ำคงไปถึงและช่วยไม่ให้ กทม.ต้องเผชิญวิกฤตน้ำท่วมกรุงอีก ไม่เช่นนั้น ทุบโต๊ะ...เลยว่า สิ่งที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ไม่ต่างอะไรจาก “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”







