
ดอลลาร์แข็งกดดันตลาดหุ้นไทย
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกชะลอ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด และแนวโน้มดอลลาร์แข็งค่า กระแสเงินทุนยังคงไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย
เมื่อค่ำวันพฤหัส ประธานเฟดแถลงว่าคณะกรรมการเฟดซึ่งรวมถึงตัวนางเยลเลนเองด้วย มีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ตราบเท่าที่ภาวะเงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพ และเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะหนุนการจ้างงาน
การส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเฟดในปีนี้ได้ช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาดและยังบ่งชี้ว่าเฟดมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้แรงหนุนจากจีดีพีสหรัฐในไตรมาส 2ที่ขยายตัว3.9% สูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 3.7% บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งขณะเข้าสู่ช่วงไตรมาส 3
แนวโน้มดอลลาร์แข็ง ยังคงถ่วงการลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อไป อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ Valuation ตลาดหุ้นไทยที่เริ่มไม่แพง จะช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่าง
เมื่อวันศุกร์ รมว.คมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ บรรยายในหัวข้อ "นับถอยหลัง---สู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน"ที่บล.ธนชาต ว่า รัฐบาลจะขับเคลื่อน ผลักดัน และเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 ด้าน 19 โครงการ ใช้เม็ดเงินลงทุนรวม 1.77 ล้านล้านบาท เพื่อวางฐานทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยทุกโครงการจะสามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ราวไตรมาส 3 ของปี 59
ทั้งนี้จะเสนอเข้า ครม.เร็วสุดในไตรมาส3 ปีนี้ หรืออย่างช้าสุดไม่เกินไตรมาสแรกปีหน้า ซึ่งจะส่งผลบวกต่อหุ้นรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สถาบันการเงิน เป็นต้น
ขณะที่ กสทช. พร้อมเดินหน้าประมูลคลื่น 1800MHz ตามกำหนดการเดิมในวันที่ 11 พ.ย.58 แม้ปรับประมูลคลื่น 1800MHz เป็นใบอนุญาตละ 15MHz หลังไอซีทีคืนคลื่น 4.8MHz เพื่อนำไปร่วมประมูลกับคลื่นความถี่ที่มีอยู่เดิม 25.2 MHz รวมเป็นจำนวน 30 MHz
การประมูลคลื่นความถี่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ รัฐจะมีรายได้พิเศษราว 3 หมื่นล้านบาทจากการประมูล ขณะที่ภาคเอกชนจะลงทุนขยายโครงข่าย 4G ซึ่งจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดเร็วขึ้น นอกจากนั้นจะปลดล็อคขีดความสามารถในการให้บริการของผู้ประกอบการรายสำคัญคือ AIS อีกด้วย
ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวต่ำ เงินเฟ้อต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ แต่เฟดจ่อปรับขึ้นดอกเบี้ย ตลาดการเงินโลกยังคงผันผวนแต่ดัชนีหุ้นไทยลงมายาว ดึงค่าพีอีปีนี้เหลือต่ำกว่า 15 เท่า หากใช้ประมาณกำไรปี 59 จะลดลงต่ำกว่า 14 เท่า ถือว่า ไม่แพง
ภาวะผันผวนเช่นนี้ เป็นโอกาสเลือกเก็บหุ้นคุณภาพสูง (Quality Stock) และหุ้นปันผลสูง รวมถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์(REIT) เน้นที่มีกระแสเงินจากการดำเนินงานมั่นคง
พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ







