สมช.ถอยหลัง

วันที่ 28 ก.ย. 2558 เวลา 09:24 น.
โดย...ปริญญา ชูเลขา

งงกันทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จากคำสั่งเด้ง กนกทิพย์ รชตะนันทน์ พ้นรองเลขาธิการ สมช. ขึ้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือที่ปรึกษายุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง แม้จริงๆแล้ว พิจารณาจากคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการอัพเกรดซี 11 ให้กับกนกทิพย์ ถือว่าไม่ได้ลดเกียรติยศศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ดูเหมือนจะเป็นการให้รางวัลกนกทิพย์ด้วยซ้ำไปที่พลาดเก้าอี้เลขาธิการ สมช.ให้แก่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช.คนใหม่ แต่อดคิดไม่ได้ว่าตกลงแล้วเป็นลางดีหรือลางร้ายกันแน่ เพราะการแต่งตั้งโยกย้ายลักษณะแบบนี้มองได้ 2 แง่ คือ 1.เป็นการส่งสัญญาณสกัดกั้นความก้าวหน้าทางการงานของคนภายใน หรือลูกหม้อ สมช.ที่เป็นข้าราชการพลเรือน

ประเด็นที่ 2.เป็นการเปิดทางให้ทหารเข้ามาเป็นใหญ่ใน สมช. เพราะเมื่อเด้งกนกทิพย์พ้นรองเลขาธิการ สมช.ที่มีความอาวุโสสูงสุดแล้ว ย่อมทำให้ตำแหน่งรองเลขาธิการ สมช.ว่างถึง 2 ตำแหน่ง คือ พรชาต บุนนาค รองเลขาธิการ สมช.ที่เกษียณไปแล้วกับกนกทิพย์ ดังนั้น หากเป็นเช่นนี้ย่อมทำลายขวัญและกำลังใจข้าราชการพลเรือนที่ต่างพากันผิดหวัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จะดันทหารเข้ามาเป็นใหญ่ใน สมช.ถึง 2 คน

จึงเกิดคำถามว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร จะนำพาอนาคตของ สมช.ไปในทิศทางใด เพราะกลไกทั้งหมดตกอยู่ในมือของทหาร การต่อสู้กับภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่จะเป็นเช่นไร เช่น การแย่งชิงฐานทรัพยากร ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ภัยจากอาชญากรรมข้ามชาติ หรือภัยคุกคามจากขบวนการค้ามนุษย์ เป็นต้น เป็นคำถามที่ พล.อ.ทวีป ต้องออกมาตอบสังคม 

จึงทุบโต๊ะว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ สมช.ถอยหลัง เพราะถูกมองว่ารัฐบาลยึดหลักเลือกคนสายตรงมากกว่าการใช้ดุลพินิจอันเหมาะสม ซึ่งเป็นพฤติกรรมไม่ต่างจากนักการเมืองในอดีตทำๆ กัน

บทความแนะนำ