
เรื่องนี้โดน
ในช่วงเวลาไม่ถึงเดือน ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ก็ยิงนโยบายต่างๆ ออกมาเป็นชุด
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ในช่วงเวลาไม่ถึงเดือน ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ก็ยิงนโยบายต่างๆ ออกมาเป็นชุด
เสียงสะท้อนที่ตามมามีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เป็นกลาง
แต่ถ้าให้พูดตามตรง ภาพรวมของนโยบายส่วนใหญ่ เหมือนกับการกลับไปฟัง เพลงหวานเมื่อวานวัน Old Style Love Song อย่างไรอย่างนั้น
หลายมาตรการล้วนแล้วแต่เคยใช้มาแล้วเป็นเวลานับสิบปี
ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน การช่วยเหลือเอสเอ็มอี หรือการประชุมผู้ว่าทั่วประเทศให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ก็คล้ายผู้ว่าซีอีโอ เมื่อครั้งกระโน้น
เพียงแต่ว่าในครั้งนี้ถูกปัดฝุ่นหยิบออกมา โดย Remix ทำเสียง ปรับจังหวะจะโคนไปจากเดิม
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาเพลงหวานเมื่อวานวัน ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างมากอยู่ด้วย นั่นคือการตั้งซูเปอร์คลัสเตอร์ตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ
เพราะถึงจะเป็นแนวคิดเดิมที่เคยเกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาคล้ายกับทำไปอย่างนั้น ไม่ได้เห็นเป็นรูปร่าง
ทว่าครั้งนี้จัดหนัก ชัดเจน เหมือนซิงเกิ้ลใหม่ถอดด้าม
ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีนิติบุคคล 10-15 ปี โฟกัสไปที่ 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ในพื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด ฯลฯ
นอกจากนั้นระยะเวลาที่จะพิสูจน์ว่าจุดติดหรือไม่ติด ก็ไม่ยาวนานนัก โดยต้องขอส่งเสริมการลงทุนในปี 2559 และลงทุนจริงภายในปี 2560
หลักๆ สิ่งที่จะเสียไปจากนโยบายคลัสเตอร์คือภาษี แต่ถ้าต่างชาติไม่สน ก็ไม่ต้องยกเว้นภาษีให้ ถือว่าเสมอตัว
แต่ในทางกลับกันถ้าทำสำเร็จ ผลดีจะตามมามหาศาล
ประเด็นสำคัญสุดก็คือการสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศขึ้นมาใหม่ จากเดิมที่อิงค่าแรง+ต้นทุนถูก มาเป็นการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) หรือ การเพิ่มสัดส่วนผลผลิตที่ได้เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ใส่ลงไป
แน่นอนทั้งหมดไม่ง่ายที่จะดึงธุรกิจและสถาบันที่เกี่ยวข้องเป็นพวงมาอยู่รวมกัน เพราะมีปัจจัยมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่ก็ต้องถือว่าคลัสเตอร์นี้โดน และน่าลองอย่างยิ่ง
แม้เป็นท่วงทำนองที่เคยได้ยิน แต่ก็รื้อใหม่หมด จนลีลาใกล้ขั้นเพลงคลาสสิก
ฟังแล้วสร้างจินตนาการ ครึ้มใจจริง







