
รอดูตู่สู้ตาย
เศรษฐกิจอยู่ในภาวะอาการฝืดอย่างชัดเจนโดยทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ออกสารพัดมาตรการหวังกระตุ้น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจอยู่ในภาวะอาการฝืดอย่างชัดเจนโดยทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ออกสารพัดมาตรการหวังกระตุ้น
แต่ที่ถือว่าเป็นลูกทีเด็ดทีขาดที่จะชี้ชะตาทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองยังไม่คลอดออกมา นั่นคือนโยบายราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะนโยบายข้าวนาปีการผลิต 2558/2559
สิ่งที่ต้องจับตาก็คือฤดูกาลผลิตใหม่ของข้าวนาปีจะใช้กลไกอะไรในการกำหนดนโยบาย
กรอบแนวคิดแรกคือการปล่อยให้มือที่มองไม่เห็นทำงาน ได้แก่ การปล่อยราคาข้าวขึ้นกับภาวะและกลไกตลาด
แนวคิดดังกล่าวนี้รัฐจะช่วยเหลือชาวนาบางด้าน อาทิ การให้เงินชดเชยชาวนาบางส่วน การช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมๆ กับการใช้กลไกอื่นๆ รักษาระดับราคาเป้าหมาย
หรือในอีกกรอบแนวคิด คือการใช้มือที่มองเห็น ได้แก่ กลไกรัฐ เข้าไปแทรกแซง ที่เคยใช้ในอดีต อาทิ การรับจำนำข้าว หรือซื้อข้าวเข้าสต๊อก ในราคาชี้นำ ไม่สูงกว่าราคาตลาดเกินไป เพื่อให้เกษตรกรขายข้าวได้ราคา
และสิ่งที่สำคัญประการถัดไปก็คือ ข้าวเปลือกจะราคาเกวียนละเท่าใด โดยจะเป็นตัวชี้ขาดมาตรการต่างๆ ที่ตามมาทั้งหมด
นโยบายข้าวเคยเดินไปอย่างสุดโต่งก็คือการรับจำนำเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว จนสร้างความเสียหายมหาศาล ทั้งทำลายตลาดข้าว ทำลายระบบการปลูกข้าว ก่อให้เกิดการทุจริต รวมถึงมีสต๊อกข้าวตกค้างมากมายเป็นประวัติศาสตร์
จากนั้นนโยบายข้าวฤดูกาลผลิตที่ผ่านมาก็กลับลำ 360 องศา เปลี่ยนใช้กลไกตลาด โดยรัฐเข้าไปลดต้นทุนการผลิต การให้สินเชื่อเพื่อชะลอการขาย การเร่งระบายข้าว ฯลฯ
แต่ทว่าสิ่งที่น่าจับตาก็คือนโยบายข้าวนาปีที่กำลังมาถึงน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ออกตัวไปแล้ว
ยิ่งเฉพาะถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจจากระดับรากหญ้า ราคาข้าวเป็นกลไกที่จะอัดฉีดเงินลงไปถึงระดับชาวไร่ ชาวนาโดยตรงและรวดเร็ว
ทิศทางนโยบายข้าวที่ออกมาจึงน่าจะมีการแทรกแซงหรือพยุงราคาในระดับที่รับได้ โดยหวังจะไม่ก่อให้เกิดการขาดทุนอย่างมหาศาล
โปรดตั้งตารออาจได้เห็นลุงตู่ควักกระปุกสู้ตาย







