
เกินไปหรือไม่
กำลังเป็นประเด็นให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักอยู่ในสังคมโซเชียลมีเดียขณะนี้
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กำลังเป็นประเด็นให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักอยู่ในสังคมโซเชียลมีเดียขณะนี้ ต่อกรณีคลิปปรากฏการทำโทษทหารด้วยวิธีนำหินมาทุบทำลายโทรศัพท์มือถือส่วนตัว
โดยในคลิปดังกล่าวได้มีเสียงทหารนายหนึ่งกำลังอบรมทหารในเรื่องของระเบียบวินัย แน่นอนว่าการลงโทษถือเป็นเรื่องอย่างหนึ่งและจำเป็นยิ่งเพื่อให้เกิดความเคร่งครัด
ทหารถือเป็นรั้วของชาติ หากไร้ซึ่งความเข้มแข็ง ระเบียบวินัย รวมถึงการเสียสละแล้ว ประเทศชาติคงไปต่อไม่รอดหากมีทหารไม่ได้คุณภาพมาประจำอยู่ในกองทัพ
ทว่า คำถามคือการทำโทษลักษณะดังกล่าวนั้น มีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร แล้วเกิดประโยชน์อันใดให้ดีขึ้นกับระเบียบวินัยทหาร ซึ่งวิธีการทำโทษยังมีให้เลือกอีกมากมายที่อาจเกิดประโยชน์มากกว่าการทำลายข้าวของ เช่น วิ่งรอบสนาม ทำความสะอาด ซึ่งมันดูจะมีคุณค่ามากกว่าในคลิปที่ปรากฏ
แม้ทหารเหล่านั้นจะมีความผิดสถานใดก็ตามที ควรหาทางออกให้เหมาะสมกับความเป็นทหาร เช่น การยึดโทรศัพท์ พร้อมมีคำสั่งห้ามติดต่อใครเลยจนกว่าจะฝึกเสร็จ แล้วคืนโทรศัพท์ให้ภายหลังจะเป็นการดีเสียกว่า
ทั้งนี้ ในภาพจากการแต่งกายแล้วเดาไม่ยากเลยว่า คือ ทหารเรือ ดังนั้น พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บังคับบัญชาทหารเรือท่านใหม่ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งมาหมาดๆ จำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบพร้อมชี้แจงให้ชัดเจนว่าแท้จริงการทำโทษตามวิธีที่ปรากฏในคลิปถูกต้องเหมาะสมมากน้อยประการใด
และที่สำคัญคนสั่งการให้ทำแบบนั้นจำเป็นต้องรับโทษพร้อมชดใช้โทรศัพท์คืนให้กับพลทหารหรือไม่ แม้แต่ละเครื่องจะมีราคามากบ้างน้อยบ้างตามกำลังซื้อ แต่ก็ถือเป็นสมบัติส่วนตัวของพลทหาร
และบอกเลยว่าเรื่องนี้กระทำการเกินกว่าเหตุ ท่าน ผบ.ทร.ควรจัดระบบระเบียบใหม่ เหมือนการปฏิรูปประเทศซึ่งกำลังเดินหน้าอยู่ เพราะภาพที่ปรากฏ ทุบโต๊ะเลยว่า...ไม่ได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชาสักนิด







