
เศรษฐกิจชาวบ้าน ตอนที่ 3
หลายคนมองว่า “การเป็นนักธุรกิจ” เป็นเรื่องไกลตัว ...แต่จริงๆ ผมอยากจะบอกว่า ทุกคนเป็นนักธุรกิจได้
โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
หลายคนมองว่า “การเป็นนักธุรกิจ” เป็นเรื่องไกลตัว ...แต่จริงๆ ผมอยากจะบอกว่า ทุกคนเป็นนักธุรกิจได้
มีเรื่องนึงผมอยากจะเล่าให้ฟังคือ การล่มสลายของยุคอุตสาหกรรม Industrial Age ที่วันนี้การทำธุรกิจ เปิดโรงงานเริ่มไม่ค่อย Work ...สมัยก่อนใครเปิดโรงงาน ก็มักจะรวย เพราะ ผลิตสินค้าอะไรมาคนก็ซื้อหมด ...แต่วันนี้สินค้าเกินความต้องการของมนุษย์ ...สินค้าที่ขายไม่ได้ ก็คือ ขยะนั่นเอง
เอ๊ะ!! แต่เดี๋ยวนะ ...ลองย้อนไปในยุคก่อนอุตสาหกรรม ก็คือ ยุคเกษตรกรรม ซึ่งหลักๆ เราเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ..ในยุคนั้น เราใช้เครื่องจักรในการทำงานน้อยมาก ส่วนใหญ่ใช้มือทั้งหมด ...ข้อเสีย ผลิตสินค้าได้น้อย ..การทำโต๊ะเก้าอี้แกะสลัก บางครั้งใช้เวลาเป็นปี ในขณะที่โลกอุตสาหกรรม เขาใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ผลิตโต๊ะ เก้าอี้ IKEA ยุคใหม่ ให้คุณได้ใช้แล้ว
ข้อดี ..หลายคนก็สงสัยอีกว่า ถ้าผลิตได้ช้า มันมีข้อดีด้วยหรือ ...มีซิครับ ..ในโลกยุคเกษตรกรรม ของส่วนใหญ่ Hand-Made ทำด้วยมือ ...คนเราก็จะเลือกวัสดุ ที่คงทนถาวร เช่น การทำโต๊ะเก้าอี้ สมัยโบราณก็จะเลือกไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน หรือ ไม้สักทอง มาทำ ...ดังนั้น โต๊ะเก้าอี้ที่ได้ ก็คือ “งานดี ที่ทำจากวัสดุดี ...สร้างขึ้นมาแล้ว เก็บได้ถึงลูก ถึงหลาน ...ยิ่งเก็บดี ราคายิ่งสูงขึ้น เพราะ สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่ามันคือ Asset”
จะเห็นได้ว่า ต่างกับสินค้าที่ผลิตในโลกอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง เพราะ เมื่อใดที่เราใช้เครื่องจักร เราก็จะวิ่งเข้าไปหา Mindset ของการผลิตให้มาก ผลิตให้ถูกที่สุด เพื่อจะได้ขายให้เร็วที่สุด ...ก็ได้ผลผลิต คือ สินค้าขยะที่เราใช้กันอยู่ในยุคนี้
“ผมรู้ว่า วันนึง หลายๆ จะมองไปรอบๆบ้านของตัวเอง แล้วอุทานว่า -- บ้าแล้ว !! ผมทำงานทั้งชีวิต เพื่อซื้อขยะเหล่านี้เก็บไว้ในบ้านหรือนี่ ...ทำไมผมถึงทำตัวเหมือนคนเก็บขยะ -- ไม่ซิ คนเก็บขยะฉลาดกว่าผม เพราะ คนเก็บขยะ เขาเลือกเอาของที่ไม่น่าจะเป็นขยะ แยกเอไว้ แล้วไปขายได้ ...แต่ของทุกชิ้นในบ้านผม ที่ทำงานอย่างหนัก สะสมมาทั้งชีวิต มันก็คือ ขยะดีๆ นี่เอง”
ที่ผมเล่ามาคือ “เรื่องจริงครับ” ...คุณไม่ผิดหรอก เพราะ เราเกิดในโลกของ Industrial Age ทุกอย่างที่ผลิตคืออะไรที่อำนวยความสะดวกในชีวิต เราทุกคนก็เลยเป็นนักสะสมขยะ ...ส่วนคนที่เขาเกิดมาก่อนเรา รุ่นปู่ย่าตายาย เขาเกิดมาใน Agriculture Age ยุค เกษตรกรรม ที่สินค้าส่วนใหญ่เป็น Asset ...ยุคนั้น เขาถึงรวย เพราะ ทุกคนทำงาน แล้วซื้อ Asset เก็บไว้ในบ้าน พอตกทอดถึงลูกหลาน ก็คือ การส่งต่อความมั่งคั่ง
โห!! ฟังแล้ว จิตตก ...แต่ไม่เป็นไร เพราะ วันนี้ใกล้อวสาน ยุค Industrial Age กำลังเปลี่ยนผ่าน สู่ยุค Information Age ...ยุคข้อมูลข่าวสาร
ถูกต้อง !! สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือ การมองไปข้างหน้า แล้วตอบคำถามให้ได้ว่า ในยุค Information Age ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร แล้วเราต้องทำตัวอย่างไร ถึงจะดีที่สุด
1.ยุคนี้ เราอยู่ท่ามกลาง Low Trust Society คือ คนไม่เชื่อใจกัน เพราะ ตลอดช่วงอายุที่ผ่านมา ทุกคนต่างผลิตขยะขายแข่งกัน ..ผลคือ คนจะเริ่มไม่ไว้วางใจกัน ...ดังนั้น ยุค Information Age จะเป็นยุคที่ต้องหันกลับมาสร้างความไว้ใจ สร้าง Trust ...จะเห็นได้ว่า หลายๆ คนพูดถึงยุค Information Age ว่าเป็นยุค Reputation Economy ...เป็นโลกที่มากกว่าเงิน คือ ชื่อเสียงและความไว้ใจ ...เพราะ ยุคนี้ชื่อเสียงและความไว้ใจ สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้อย่างไม่จำกัด ...พูดง่ายๆ คือ ยุคนี้ คนที่มี Trust และ มีชื่อเสียง จะได้เปรียบที่สุด เพราะ ทำธุรกิจและหาเงินได้ง่ายกว่าคนไม่มี
2.สินค้าขยะ จะถูกแทนที่ด้วย สินค้ายุคใหม่ ที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์ตัวตนของลูกค้า ...เราหมายถึง สินค้าและบริการที่จะขายดีในยุค Information Age คือ สินค้าที่ตอบสนองเรื่อง Image ..ตอบสนองตัวตนของลูกค้า ...ตอบสนองมากกว่า แค่การบริโภคเฉยๆ ...ถ้าให้ฟันธงว่า สินค้าและบริการอะไรจะมาในยุคนี้ ผมฟันธงเลยว่า สินค้าที่คุณภาพดี และ ราคาค่อนข้างแพง จะมาแทนสินค้าทั่วๆ ไป ...โลกต่อไป จะไม่มีสินค้าที่ผลิตมาขายทุกคน เพราะ ไม่มีคำว่าทุกคนอีกต่อไป
3.เราเคยชินกับยุคอุตสาหกรรมที่เริ่มทำธุรกิจจาก ตั้งโรงงานแล้วผลิตสินค้า ...พูดง่ายๆ ว่าต้องลุ้นว่า สินค้าที่ผลิตออกมาจะขายได้หรือไม่ ...ถ้าขายไม่ได้ ก็ใช้โฆษณาทีวี อัดเข้าไป ล้างสมองลูกค้าเข้าไป เดี๋ยวก็ขายได้ เพราะ ทีวีในยุคอุตสาหกรรมมีพลังมาก แถมคนไม่มีทางเลือกในการเสพสื่อ ก็เลยดูทีวี ...แต่ยุคนี้มันไม่ใช่เลย ...วันนี้ลูกค้าเลือกเอง และ ที่ทุกคนเลือกชัดๆ ก็คือ “ทุกคนเลือกที่จะไม่ดูโฆษณา !!” ...ดูทำไม โดนหลอก โง่ตาย ...ดังนั้น แนวทางการผลิตก่อนขายจะค่อยๆหมดไป แล้วถูกแทนด้วย Produce on Demand คือ ผลิตตามความต้องการ ...ก็คือ ลูกค้าสั่งสินค้าแล้วค่อยผลิต ...ลองไปดู Dell Computer เขาทำมานานแล้ว ..แต่จากนี้ไป ทั้งโลกต้องทำบ้าง
ใช่!! หลักการต่างๆ ของโลกยุคนี้ มันต่างจากยุคอุตสาหกรรมแบบหน้ามือหลังมือ ...ดังนั้น อย่าประมาท รีบทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมา แล้วลองปรับใช้กับงานและธุรกิจของคุณดูครับ







