
โอ้วววว...กูร์?
การจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ 2 ราย ตลอดจนทยอยออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 8 ราย
โดย..e-ช้าน [email protected]
การจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ 2 ราย ตลอดจนทยอยออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 8 ราย ปมซ่อนเงื่อนการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่สุดกลางกรุงจึงค่อยๆ คลี่ออกมาทีละเปลาะมากขึ้นเป็นลำดับ
ยิ่งผู้ต้องสงสัยล้วนเป็นชาวต่างชาติ พร้อมหลักฐานวัสดุประกอบระเบิดพร้อมพรั่ง e-ช้าน...ว่า เวลานี้กูรูนักวิเคราะห์สถานการณ์ระดับชาติคงหงายหลังตึงหน้าแหกเย็บกันไปหลายเข็ม
ช่วงแรกหลังเกิดเหตุผู้เชี่ยวชาญด้านการข่าวพยายามฟันธงไปในทำนองว่า เป็นไปไม่ได้ที่ต่างชาติจะลงมือก่อเหตุบริเวณท้าวมหาพรหม เนื่องจากชาวอุยกูร์ไม่เคยออกไปก่อเหตุนอกประเทศ มีแต่หยิบอาวุธลุกขึ้นสู้ซึ่งๆ หน้ากับเจ้าหน้าที่ของจีนในประเทศเท่านั้น
มุมวิเคราะห์ขณะนั้นพุ่งเป้าไปยัง “คนไทย” ฝ่ายตรงข้ามที่จงใจดิสเครดิตรัฐบาลทหารเสียมากกว่า ซึ่งเมื่อดูพยานหลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บทวิเคราะห์เหล่านั้นจึงเริ่มห่างไกลข้อเท็จจริงมากขึ้น
ข่าวที่ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการจนขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงว่า การก่อเหตุครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับ “ชาวอุยกูร์” จะโดยตรงหรือโดยอ้อมก็สุดแท้แต่ แต่ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจค่อนข้างให้น้ำหนักไปยังประเด็นนี้มากขึ้น
โดยเฉพาะพาสปอร์ตที่เก็บมาได้จากห้องพักย่านหนองจอก และมีนบุรี แม้จะเป็นของปลอม แต่เชื่อมโยงอยู่กับชาวตุรกี ซึ่ง e-ช้าน...ขอวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากข้อมูล ณ ปัจจุบัน ออกเป็น 2-3 ประเด็น
กรณีแรก หากกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดมีสัญชาติตุรกีหรือเชื้อชาติเติร์กทั้งหมด ถามว่ากลุ่มเหล่านี้ลงมือก่อเหตุเพื่อวัตถุประสงค์ใด คำตอบมีอยู่ปมเดียวคือต้องการเอาคืนแทนพี่น้องอุยกูร์ซึ่งถูกรัฐบาลไทยส่งกลับไปให้ทางการจีน เพราะตุรกีไม่ได้มีความขัดแย้งอื่นใดกับคนไทยหรือรัฐบาลไทยมาก่อน
กรณีต่อมา หญิงไทยมีสามีตุรกีหนึ่งในผู้ต้องหา แม้จะปฏิเสธและพร้อมเดินทางจากตุรกีมาให้ปากคำกับตำรวจ แต่ดูเหมือนว่าประเด็นจะวนอยู่กับชาวตุรกี ซึ่งทีมสอบคงต้องเค้นต่อไปว่า “วรรณา สวนสัน” หรือ“ไมซาเลาะห์” คนเช่าอพาร์ตเมนต์ให้กลุ่มผู้ต้องสงสัย...จะคายอะไรให้มากกว่าคำปฏิเสธหรือไม่
อีกสมมติฐาน หากไมซาเลาะห์ถูกรีดจนได้คำตอบว่าถูกว่าจ้างให้ทำ...คำตอบจะกลายเป็นอีกประเด็น อยู่ที่ว่า “ผู้ว่าจ้างเป็นใคร” หรือท้ายที่สุดจบลงที่การล้างแค้นทางการเมือง (ส่วนตัว)
แต่ภายใต้สมมติฐานนี้ก็ยังเกี่ยวพันอยู่กับขบวนการลักลอบเข้าเมืองของอุยกูร์ผ่านชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทีมแกะรอยผ่านโทรศัพท์สามารถตะครุบตัวผู้ต้องสงสัยมาได้
e-ช้าน...จะขอเก็บกรณีนี้ไว้เป็นบทเรียน จะตัด “อคติ” ไม่ไปผสมกับสถานการณ์...และขอภาวนาให้เจ้าหน้าที่จับตัวคนร้ายตัวจริงมาลงโทษโดยเร็ว







