posttoday
เศรษฐกิจชาวบ้าน ตอนที่ 2

เศรษฐกิจชาวบ้าน ตอนที่ 2

02 กันยายน 2558

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

วันนี้ผมอยากทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจรอบๆ ตัว ..มาดูกันซิว่า ที่เขาว่าเศรษฐกิจและธุรกิจมันเป็นเรื่องยาก หรือ จริงๆ มันคือ Common Sense กันแน่
มาดูกัน เป็นลำดับ ดังนี้

1.การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่เราขึ้นมาหลายปีแล้ว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง ...คุณเคยตั้งคำถามไหมว่า ทำไมประเทศต่างๆ มีค่าแรงขั้นต่ำไม่เท่ากัน ...เช่น อเมริกา ค่าแรงขั้นต่ำ มากกว่าเรา 6 เท่า แปลว่าอะไรครับ ..ถ้าแปลตรงๆ คือ คนเขามีประสิทธิภาพมากกว่า คนไทย 6 เท่าใช่หรือไม่

คำตอบ คือ ไม่ ...แต่ทำไมล่ะ เขาถึงได้ค่าแรงขั้นต่ำมากกว่าคนไทย -- สาเหตที่คนอเมริกาได้ค่าแรงมากว่าคนไทย 6 เท่า ก็แปลง่ายๆ ว่า บรรยากาศในการทำธุรกิจในอเมริกาจะส่งผลให้รายได้ต่อคน มากกว่า ประเทศไทยซึ่งบรรยากาศในการทำธุรกิจแย่กว่า 6 เท่า -- น่าสนใจไหมครับ “บรรยากาศในการทำธุรกิจ”

2.มาสำรวจ “บรรยากาศในการทำธุรกิจของไทย”  ...จริงๆ ประเทศไหนจะมีรายได้มากกว่าประเทศไหน เขาวัดกันที่ Productivity หรือ ภาษาไทยว่า ประสิทธิภาพในการผลิต ...ถ้าดูประเทศด้อยพัฒนาทุกอย่างใช้แรงงาน โดยแทบไม่มีเครื่องจักร หรือ เครื่องทุ่นแรง ก็จะส่งผลให้ ผลิตอะไรได้ช้า ไม่มีประสิทธิภาพ เหมือนเอา โรงงานที่ใช้แรงงานเย็บผ้าด้วยมือ เทียบกับ โรงงานที่ใช้เครื่องจักรเย็บผ้า ก็จะให้ผลผลิตไม่เท่ากัน -- นั่นแหละ Productivity ...จะเห็นได้ว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะพยายามใช้เครื่องจักร เครื่องทุ่นแรงมาแทนแรงงานคน ...ส่งผลให้คนหนึ่งคน สามารถสร้างผลงานได้มากขึ้น -- ทั้งหมดนี้คือ “บรรยากาศในการทำธุรกิจ” ...ลองมาดูของไทย วันนี้เราก็ยังเน้นแรงงานเป็นหลัก ใช้เครื่องจักรน้อย ...ที่เป็นเช่นนี้เพราะ แรงงานเราราคาถูก ...คุณคิดง่ายๆ นะ ถ้าคุณจะปลูกข้าวสัดไร่ ถ้าใช้คนทั้งหมด อาจต้องใช้คนเป็นสิบคนช่วยกัน ...แต่ถ้ามีเครื่องจักรอาจใช้แค่คนเดียว สร้างผลผลิตได้เท่ากัน หรือ มากกว่า

3.การเพิ่ม Productivity ทำให้คนมีความสุขขึ้นใช่หรือไม่ ...อันนี้เป็นประเด็นที่คนสับสนทั้งโลก ..ผมขอฟันธงเลยว่า การเพิ่ม Productivity ทำให้ชีวิตสบายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้มีความสุขมากขึ้น ...คุณประเทศสิงคโปร์ ประเทศเขามีเครื่องจักร และ เครื่องมือที่ทันสมัยนำมาใช้แทนแรงงานคน ทำให้ประเทศเขามีความสะดวกสบาย แถมรายได้ต่อหัวของคนสิงคโปร์ ก็จัดได้ว่า สูงอันดับต้นๆ ของโลก ...แต่ไม่ได้หมายความว่า รายได้สูง แล้วจะมีความสุขมากขึ้น -- คุณลองนึกภาพของคนในประเทศสิงคโปร์ ที่ต้องเรียนรู้ วิธีการใช้เครื่องจักร เครื่องทุ่นแรง และ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทำให้แรงงานของสิงคโปร์ สามารถสร้างผลงานได้มากขึ้น ย่อมเหนื่อยขึ้น ..ต้องเรียนรู้มากขึ้น ..ปวดหัวมากขึ้น ...ทั้งหมดแลกกับความรวยแต่ละคนที่มากขึ้น แต่ก็ได้ความเครียดเพิ่มนั่นเอง -- ดังนั้น อยากให้ลองมองให้เห็นรอบด้สน ว่าจริงๆ แล้วเศรษฐกิจและ เงินของคนในประเทศ มันก็เป็นตัวสะท้อน ในเชิงของผลงาน และ ประสิทธิภาพของคน ...แต่ไม่ได้สะท้อนความสุข -- ครับ !! ผมยกประเด็นนี้มาให้เห็นเหรียญอีกด้านเท่านั้น ไม่ได้ฟันธงว่า รวยขึ้น หรือ จนลง มันดีหรือไม่ดี ..ขึ้นอยู่กับเราเลือกให้เหมาะกับตัวเรา

เอาล่ะครับ ..ประเด็น 3 ข้อที่กล่าวมา ผมเชื่อมา มันสามารถเอามาคิดต่อยอด ถึงธุรกิจและเศรษฐกิจรอบๆตัวเรา ...ดังนี้

1.“ก่อนที่เราจะทำงาน เราต้องตอบคำถามให้ชัดเจนว่า เราต้องการอะไร” ...เช่น ถ้าต้องการความมั่งคั่ง เราต้องเน้นการสร้าง Productivity โดย ต้องยอมลดความสุขในชีวิตลงเพื่อแลกสิ่งนั้น ...การเพิ่ม Productivity ของแต่ละคน ทำได้โดย หาความรู้มากขึ้น ...ความรู้ที่ว่า คือ การรู้จัดใช้เครื่องทุ่นแรง รู้จักการใช้ Technology เอามาปรับใช้กับธุรกิจและการทำงานของเรา ...เช่น เด็กจบใหม่วันนี้ ควรใช้ภาษาอังกฤษเป็น ..สามารถเล่น Social Network ได้คล่อง ..สามารถออกแบบ Graphic Design ..สามารถพิมพ์และเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว ...นี่แหละ การเพิ่ม Productivity ให้ตัวเรา โดยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ...และนี่จะเป็นตัวยกรายได้ของเรานั่นเอง

2.“การสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันให้ตัวเรา” …วันนี้โลกให้ความสำคัญกับความสามารถเฉพาะตัวของคนมากขึ้น ..จะเห็นได้ว่าวันนี้เราอยู่ท่ามกลางการแข่งขันในทุกสิ่งทุกอย่าง …ยุคนี้การหาความแตกต่างและจุดยืนให้ตัวเราเองสำคัญมากที่สุดเพราะวิธีสร้างความสำเร็จในแบบเดิมที่วัดคนจากการ Comply หรือการท่องจำมันหมดยุคไปแล้ว …ยุคนี้เราอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก -- โลกจึงหยิบยื่นเวทีและการแสดงฝีมือให้คนที่กล้าจะแตกต่างเป็นคนแรก

3.“รู้จักเรียนรู้จากวิกฤตและความเปลี่ยนแปลง” …ในโลกเรามีช่วงของความสงบนิ่งสลับกับความเปลี่ยนแปลง …ถ้าถามว่าในปัจจุบันเป็นยุคของการสงบนิ่งหรือความเปลี่ยนแปลง …ผมเชื่อว่าทุกคนก็ตอบได้ว่าวันี้อยู่ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง -- ถ้าจะถามต่อไปว่าเมื่อรู้แล้วเราจะทำตัวอย่างไรให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลง ..เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงมีคนแพ้และคนชนะ -- และทั้งสองต่างกันนิดเดียว ..จริงๆคนชนะทุกคนเคยแพ้มาก่อนเพียงแต่ทุกครั้งที่เขาแพ้เขาเรียนรู้และแก้ตัวใหม่ …ในที่สุดเขาก็ชนะ

ใช่!! เท่านั้นเอง ...โลกที่เปลี่ยนแปลง ลองเข้าใจธุรกิจและเศรษฐกิจแบบง่ายๆ ..แล้วพยายามปรับตัวเราให้พร้อมเข้าสู่ การต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงให้ดี ...คุณรวยแน่ เมื่อวิกฤตมา ...ขอให้พร้อมเอาไว้ !!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ