
ลุ้นเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยผันผวนหนักตามตลาดหุ้นโลก ทรุดลึกสุดที่ 1292 จุด นักลงทุนเทขายกองทุนหุ้นทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงวันที่ 19-26 ส.ค. อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยเด้งแรงตามตลาดหุ้นโลก มาปิดที่ 1365.94 จุด หลังบรรเทาวิตกต่อแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐขยายตัว 3.7% สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 2.3% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.3%
ขณะที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยและอัตรากันสำรองของธนาคารพาณิชย์ มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง 6-7 แสนล้านหยวน จึงช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหุ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
ตลาดจึงมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้พลังงาน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบเด้งแรง ส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ทั่วโลก PTT ดีดแรง จากจุดต่ำสุดที่ 240 บาท มาปิดที่ 269 บาท
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะยานขึ้น 17% ในวันพฤหัส-ศุกร์ มาปิดที่ 45.22 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์พุ่ง 16% มาปิดที่ 50.05 ดอลลาร์/บาร์เรล
ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กชี้ว่า มีโอกาสน้อยลงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่เมืองแจ็คสันโฮล ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านปัจจัยในประเทศ ตลาดยังมีมุมมองเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังครม.เศรษฐกิจชุดใหม่ที่นำโดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในเร็วๆ นี้ หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลดีโดยตรงดีดรับข่าวล่วงหน้า โดยเฉพาะหุ้นรับเหมาฯ ธนาคาร และค้าปลีก
อย่างไรก็ดี จากจุดต่ำสุดในวันอังคารก่อน ดัชนี SET พุ่งพรวดขึ้นมาถึง 73 จุด การดีดต่อจากจุดนี้ จะเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น ตามแนวต้าน 1380 และ 1400 จุด ตามลำดับ
นักลงทุนยังเข็ดขยาดกับความผันผวนของตลาด ขณะที่การปรับลดพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังไม่จบ ต่างชาติยังขายหุ้นไทยต่อเนื่อง แม้จะขายน้อยลงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม
สัปดาห์นี้ ความผันผวนน่าจะลดลง ดัชนีหุ้นจะแกว่งย่ำฐานออกด้านข้าง ความสนใจจะเปลี่ยนไปอยู่ที่แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด ที่จะมีการประชุมเฟดในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้
นายลาร์รี่ ซัมเมอร์ อดีตรมต.คลังสหรัฐ ชี้ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงิน การดิ่งหนักของราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะยิ่งหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีก ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมตลาดการเงินทั่วโลก
อย่างไรก็ดี ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์แสดงความเห็นต่อเศรษฐกิจสหรัฐว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการคาดการณ์เงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพ ต่างสนับสนุนให้เงินเฟ้อดีดตัวกลับขึ้นสู่ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% แต่หากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงร่วงลง ก็อาจทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นในการหนุนอัตราเงินเฟ้อสู่เป้าหมาย
ขณะที่นายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟด กล่าวว่า ขณะนี้ นับว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดได้ว่า เฟดจะปรับขั้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่
เขากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เฟดมีแนวโน้มสูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เมื่อจีนประกาศลดค่าเงินหยวนในวันที่ 11 ส.ค. ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นและการเงินทั่วโลกผันผวนอย่างหนัก สิ่งนี้ได้ทำให้เฟดต้องพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้น
รองประธานเฟดยังระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวไปได้ดีในขณะนี้ และเฟดก็ยังมีเวลาอีกมากในการตัดสินใจก่อนที่จะถึงการประชุมนโยบายการเงินกลางเดือนก.ย.
สรุปได้ว่า สถานการณ์ตลาดการเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญของเฟด ซึ่งแน่นอนว่า จะมีผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก ต้องตามดูกันต่อไปครับ







