
รธน.มัดมือชก
ก็ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น บรรดาขุนทหารที่เป็นผู้นำในการยึดอำนาจ 22 พ.ค.
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
ก็ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น บรรดาขุนทหารที่เป็นผู้นำในการยึดอำนาจ 22 พ.ค. ถึงออกมาแสดงพลังปกป้องรัฐธรรมนูญ 2558 อย่างสุดกำลัง ไปพร้อมๆ กับลำเลิกบุญคุณที่ทำรัฐประหาร และบุญคุณนำ “ปฏิรูป” ในช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านมา
ไม่เพียงเท่านั้น คนในเครือข่ายยังออกมาปรามอีกว่า การรณรงค์ “ไม่รับ” รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการลงประชามติอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาจขัดกับคำสั่งหัวหน้าคณะยึดอำนาจ
ผมก็เพิ่งเคยเห็นนี่ละครับ ให้ประชาชนออกเสียงประชามติ แต่ห้ามรณรงค์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีหรือไม่ ให้แสดงความคิดเห็น “ส่วนตัว” ได้เท่านั้น และแม้จะเปิดช่องให้แสดงความเห็นส่วนตัวได้ แต่เมื่อ “นักการเมือง” ออกมาแสดงความเห็น “ท่านผู้นำ” ก็ออกอาการฉุนเฉียวให้ “เลิกพล่าม” โดยทันที
ในเมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ท่านผู้นำทำราวกับว่ากฎหมายสูงสุดของประเทศ คือของใช้ส่วนตัวของท่าน จะสั่งให้ใครหยุดวิพากษ์ก็ได้ ทั้งที่หากท่านไม่ได้มีเป้าหมายจะสืบทอดอำนาจ ท่านก็ไม่มีอะไรจะต้องวิตกเลย
สิ่งที่เรียกว่า “นักการเมือง” หรือเรียกเพราะๆ ว่า “ผู้แทนราษฎร” ที่ประชาชนเลือกเข้าไปต่างหากครับ ที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ นั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมนักการเมืองจึงควรวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายสูงสุดได้ และทำไมประชาชนจึงสามารถรณรงค์ “ไม่รับ” รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้
ถ้าท่านต้องการคุมเสียงต้านอย่างนั้น ก็ให้รู้กันไปครับว่า “การปรองดอง” ในเวอร์ชั่นของท่านคือการกดพวกนักการเมือง และพวกรากหญ้า (ผู้มีรายได้น้อย) ไว้ ไม่ให้มีสิทธิมีเสียง แต่ให้เสียงของท่านกลุ่มเดียวที่สามารถแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้
โดยปกติรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับจะมีจุดเด่นในตัวเอง เป็นต้นว่า รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน มีการเลือก ส.ส.ร. ชูธงเขียวทั่วบ้านทั่วเมือง ขณะเดียวกันก็มี สว.เลือกตั้ง มีระบบปาร์ตี้ลิสต์เป็นครั้งแรก
รัฐธรรมนูญ 2550 นับเป็นครั้งแรกที่มีการลงประชามติ แต่ตัด สว.เลือกตั้งให้เหลือครึ่งเดียว สรรหาครึ่งหนึ่ง และเพิ่มระบบตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลมากขึ้น
แต่รัฐธรรมนูญ 2558 ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการสถาปนาอำนาจผู้นำเหล่าทัพ อดีตนายกฯ อดีตข้าราชการ ศาล ให้มีอำนาจเหนือประชาชน เป็นเปลือกหอยคอยหุ้มรัฐบาล ให้คนกลุ่มนี้สามารถยึดอำนาจประชาชนได้หากมี “เหตุจำเป็น”
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่นักการเมืองได้รับผลกระทบอย่างเดียว แต่คนธรรมดาก็มองออกว่าการเขียนรัฐธรรมนูญให้ “อำนาจพิเศษ” ที่ตรวจสอบไม่ได้ และไม่เกี่ยวอะไรกับประชาชน ให้ทำหน้าที่เหนืออำนาจประชาชนนั้น อีกไม่นานก็จะเกิดปัญหาใหม่ตามมา
ถ้ายังอยาก “มัดมือชก” ในที่สุดก็ต้องกลับมารูปเดิม คือ ยึดอำนาจ-ล้มรัฐธรรมนูญ และเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่
เพราะเราต่างก็รู้กันดีว่า ยิ่งเขียนให้อำนาจอยู่ไกลจากประชาชนไปมากเท่าไร ก็ยิ่งฝืนกับโลกสมัยใหม่ ที่ประชาชนเรียกร้องอำนาจต่อรองของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น







