posttoday
เศรษฐกิจชาวบ้าน ตอนที่ 1

เศรษฐกิจชาวบ้าน ตอนที่ 1

27 สิงหาคม 2558

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

บทความนี้ผมอยากจะอธิบายเศรษฐศาสตร์ในแบบชาวบ้านดูสักตั้ง เพราะ จริงๆ แล้วเศรษฐศาสตร์คือ การเข้าใจเศรษฐกิจซึ่งก็คือ พื้นฐานชีวิตของชาวบ้านนั่นแหละ ...แต่ปัญหาคือ เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องเข้าใจยากทำให้คนส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจไปเลย เพราะ ไม่รู้เรื่อง -- สุดท้ายก็เสียเปรียบคนที่เขาเข้าใจแล้วเอาความได้เปรียบตรงนี้ใช้เป็นอาวุธสร้างความได้เปรียบ

เอาล่ะครับ เรามาเข้าใจเศรษฐกิจแบบง่ายๆ กันว่า ..คนทุกคนควรจะเข้าใจอะไรเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจ

1.ควรเข้าใจว่า เศรษฐกิจ ก็คือ ภาพรวมของธุรกิจ การทำมาหากินของชาวบ้าน ..ดังนั้น เศรษฐกิจดี ก็แปลว่า การทำมาหากินคล่องตัว เงินสะพัด มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเยอะ ..ยิ่งคนมีความเชื่อมั่น แล้วซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเยอะๆ ทุกคนก็จะมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น เพราะ การหมุนเวียนของเงินมันส่งผลให้ความรวยของคนทุกคนเพิ่มขึ้น ..แก่นของเศรษฐกิจคือ “ความเชื่อมั่น” ..ต้นน้ำคือ ธนาคาร ..ถ้าธนาคารเชื่อมั่นก็จะปล่อยกู้ ...เจ้าของธุรกิจก็จะเอาเงินกู้ไปขยายทำโรงงาน เปิดร้าน ขายสินค้าและบริการ ..คนบริโภคก็จะซื้อบริโภค ...ส่วนเวลาเศรษฐกิจแย่ ธนาคารก็จะเริ่มรัดเข็มขัดไม่ปล่อยกู้ นี่คือ จุดเริ่มของเศรษฐกิจขาลง

2.เศรษฐกิจมี Cycle “ขาขึ้น และ ขาลง” ...หลายคนสงสัยว่า เราทำให้เศรษฐกิจดีตลอดไม่ได้หรือ ทำไมต้องมี “ขาขึ้น - ขาลง” ...ไม่ได้ครับ !! เศรษฐกิจก็เหมือนน้ำ เมื่อมันมีน้ำขึ้น ก็ต้องมีน้ำลง ..ไม่สามารถทำให้ขึ้นตลอด หรือ ลงตลอดได้ มันผิดหลักธรรมชาติ ...สาเหตที่เศรษฐกิจวิ่งเป็น Cycle เหมือน น้ำ ก็เพราะ มนุษย์ คือ กลไกสำคัญในระบบเศรษฐกิจ ในขาขึ้น คนส่วนใหญ่ก็จะกู้ขยายธุรกิจ ทำให้เกิดการผลิตเกินความต้องการ ..จากนั้น คนที่ขายของไม่ได้ ก็จะเริ่มมีปัญหา แล้วโยงเป็นลูกโซ่ กลายเป็นขาลง ...จากนั้น คนก็จะขาดความเชื่อมั่น แล้วลงหนักขึ้น จนแย่ที่สุด ..จากนั้น สินค้าที่เกินความต้องการก็จะเริ่มลดลง ...กลับมาสู่ช่วง ความต้องการ และ ปริมาณสินค้าสมดุลย์ ก็จะเกิดขาขึ้นรอบใหม่ของเศรษฐกิจ เวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ -- คนที่เข้าใจ Cycle ของเศรษฐกิจและ สามารถทำกำไรจากวัฎจักร เขาเรียกว่า “นักลงทุน” (นักลงทุน คือ คนที่สามารถเก็งกำไร ซื้อ Asset ในช่วงเศรษฐกิจแย่ แล้วถือไปขายในช่วงเศรษฐกิจดี ราคาแพง ..แล้วได้กำไรจากการเข้าใจเศรษฐกิจและ รอบ)

3.พื้นฐานของเศรษฐกิจวางอยู่บนหลัก “Demand & Supply” ...เวลาเราไปเรียนเศรษฐศาสตร์เขาจะศึกษาเอา Demand ซึ่งก็คือ “ความต้องการ” การ Plot Chart ร่วมกับ Supply ซึ่งก็คือ “การจัดหา” ( เอาแบบเข้าใจง่าย สมมุติ เด็กนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง ต้องการนม 1 กระป๋อง ต่อวัน ต่อคน ...สมมุติมีนักเรียน 100 คน ..นั่นแปลว่า Demand ของ “นมกล่อง” คือ 100 กล่องต่อวัน ...นี่คือ “ความต้องการบริโภคนมของโรงเรียนนี้” ...ส่วน Supply คือ “คนขายนม” ..ก็คือ คนจัดหานม มาตามความต้องการของนักเรียน -- สมมุติว่า คนขายนม จัดนมมาแค่ 50 กล่อง ..นั่นแปลว่า Supply มีน้อยกว่า Demand ...ก็มีโอกาสที่ คนขายนม จะขายนมหมดเกลี้ยง หรือ บางครั้งอาจขึ้นราคานม เพราะ นักเรียนต้องการนม มากกว่าที่คนขายนมมีอยู่)  ....คุณเชื่อหรือไม่ว่า หลัก Demand & Supply คือ พื้นฐานของธุรกิจ และ เศรษฐกิจของทั้งโลก -- ลองดูประเทศไทย คุณทราบไหมว่าทำไม ราคาข้าวถึงถูก และ ชาวนายิ่งปลูกยิ่งจน ...ก็ตอบง่ายๆ ก็แปลว่า “ข้าว” มี Supply มากกว่า Demand ...ภาษาชาวบ้านก็คือ ข้าวมีมากกว่า ความต้องการของคนที่จะกิน ดังนั้น ชาวนาไม่มีทางขายข้าวได้แพง

ในทางกลับกัน หากต้องการให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้น ...ก็มี 2 วิธี คือ 1. ลดจำนวนคนปลูกข้าว พอจำนวน Supply ข้าวน้อย เดี๋ยวราคาก็ขึ้นเอง 2. ไปเพิ่มที่ Demand คือ คิดหาวิธีเอาข้าวไปแปลรูป ให้เกิดความต้องการซื้อ เช่น ทำข้าวเป็นขนม ,ทำข้าวเป็นครีมลดริ้มรอย , ทำข้าวเป็นเครื่องดื่มเสริมโปรตีน ...พูดง่ายๆ คือ เอาข้าวไปแปลรูปให้คนอยากซื้อข้าวในรูปแบบที่ขายได้ราคามากกว่า ข้าวเฉยๆ นั่นเอง ...ลองคิดให้ดี เรื่อง Demand & Supply เป็นประเด็นระดับ ประเทศ เพราะ ถ้าสังเกตพืชผลทางการเกษตรของไทย เราไม่เคยขายได้ราคาแพงเลย เพราะ เราไม่เคยสนใจ Demand & Supply -- ถ้าเราหันมาให้ความสำคัญในการดู Demand & Supply ในทุกๆ สินค้าการเกษตร ..ผมเชื่อว่า ราคาพืชผลทางการเกษตรของไทย จะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้

4.เศรษฐกิจ คือ คนครับ ...เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ มันขึ้นกับ ภาพรวมของธุรกิจในประเทศนั้นๆ ดีหรือแย่ ...การที่ธุรกิจดี ก็หมายความว่า คนผลิต คนขาย และ คนซื้อ สมดุลย์ ก็เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ทำให้เศรษฐกิจดี ...ลองมองที่แก่น จะพบว่า การที่ธุรกิจในปัจจุบัน เริ่มมีปัญหา เพราะ คนผลิต พยายามผลิตมากเกินไป แล้วไม่ได้สนใจคุณภาพ หรือ ไม่สนใจความต้องการ สุดท้ายก็เกิดสินค้าที่ไม่มีใครต้องการล้นตลาด เหมือนในปัจจุบัน ที่เข้าสู่ช่วงปลายของยุค Industrial Age (ใกล้จบยุคอุตสาหกรรม) -- คนส่วนใหญ่ลืมไปว่า จริงๆ ธุรกิจก็คือ การสร้างประโยชน์ให้คนอื่น ผ่านสินค้าและบริการ ...สิ่งที่ธุรกิจดีๆ ต้องตอบโจทย์ ก็คือ หนึ่ง แก้ปัญหาให้ลูกค้า สอง สร้างประโยชน์ให้ลูกค้า ...ในเรื่องอะไรก็ได้ ...นี่แหละ พื้นฐานหรือ หัวใจของธุรกิจ

ก็ให้ 4 ข้อนี้เป็นการ แนะนำ “การเข้าใจเศรษฐกิจแบบบ้านๆ แต่ Make Sense” ลองเอาหลักการทั้งสี่ ไปดูซิว่า เราทำธุรกิจตรงตามสิ่งที่มันควรจะเป็นหรือไม่ ...ถ้าใช่ -- ทนทำต่อไป “คุณรวยแน่ ฟันธงครับ!!”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท