posttoday
คุณโกหกตัวเองหรือเปล่าเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่คุณสามารถยอมรับได้

คุณโกหกตัวเองหรือเปล่าเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่คุณสามารถยอมรับได้

15 สิงหาคม 2558

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

การหารือเรื่องความเสี่ยงส่วนมากจะขึ้นอยู่กับสองคำถาม และหลายครั้งสองคำถามนี้

มักจะได้ถูกใช้สลับกัน คำถามที่ 1 คุณสามารถรับความเสี่ยงได้มากเท่าไร คำถามที่ 2 คุณควรจะเสี่ยงมากเท่าไร

คำตอบสำหรับคำถามที่ 1 จะไม่เหมือนคำตอบสำหรับคำถามที่ 2 เสมอไป ถึงแม้ว่านักวางแผนการเงินส่วนใหญ่มักจะสรุปให้ คำตอบเหมือนกัน คำถามที่ 1 เกี่ยวกับระดับความอดทนต่อความเสี่ยง กล่าวคือ คุณรู้สึกสบายใจแค่ไหนเมื่อคุณเห็นว่าพอร์ตของคุณกำลังได้รับผลกระทบจากการ สูญเสียอย่างรุนแรง แต่ความต้องการที่คุณอยากจะเสี่ยงก็ไม่ได้หมายความ ว่าคุณควรจะเสี่ยง และนี่คือที่มาของคำถามที่ 2 เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ความอดทนต่อความเสี่ยงถูกใช้เป็นปัจจัยหลักในการ พิจารณาส่วนประกอบของพอร์ตการลงทุน

แต่ ในความเป็นจริงมีอยู่สองปัจจัยที่ควรจะนำมาใช้ในการพิจารณาแนวทางการลงทุน ระยะยาว กล่าวคือ ความอดทนต่อความเสี่ยง และความสามารถด้านการเงินต่อความเสี่ยง

ความอดทนต่อความเสี่ยง เป็นการวัดความสมัครใจในการยอมรับความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่อาจจะสูงขึ้น คนที่มีความอดทนสูงถือว่าเป็นนักลงทุนที่มีความมั่นใจสูงและพร้อมที่จะสูญเสียทุนเพื่อแลกกับโอกาสที่ จะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ส่วนคนที่มีความอดทนต่ำหรือที่เรียกกันว่า ผู้ที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง จะเป็นนักลงทุนที่ใช้ความระมัดระวัง โดยจะเน้นการปกป้องทุน

ทั้งสอง ประเภทไม่ใช่นักลงทุนในอุดมคติ นักลงทุนที่มีความอดทนต่อความเสี่ยงสูงจะเลือกลงทุนในสิ่งที่มีแนวโน้มจะให้ ผลตอบแทนสูง ถึงแม้ว่ามีโอกาสจะสูญเสียสูง นักลงทุนประเภทนี้จะไม่ขายหุ้นในช่วงเวลาตลาดปรับตัวชั่วคราว แต่ในเวลาเดียวกันนักลงทุนที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงมักจะตื่นตระหนกและขาย หุ้นผิดเวลา ในทางกลับกัน นักลงทุนที่มีความอดทนสูงมักจะมองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงถึงแม้ว่าจะ ได้ผลตอบแทนสำหรับพอร์ตการลงทุนของเขาไม่มากนัก

ตัวอย่างคือ สมชายและสมศรีทำงานเป็นพนักงานร้านค้าทั้งสองคนรับเงินเดือนเท่ากัน และมีทางเลือกด้านวิชาชีพสำหรับอนาคตเท่ากัน ทั้งสองคนอายุ38 ปี เพราะฉะนั้นจะมีโอกาสระยะยาวเท่ากัน สมชายเป็นคนชอบพนันม้า ความที่ติดพนันมานานทำให้เขาสามารถรับการสูญเสียได้ถึงแม้ว่าการสูญเสียดัง กล่าวจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของเขาในอนาคต ในทางกลับกัน สมศรีเป็นคนที่ระมัดระวัง เธอพยายามออมเงินที่ได้รับและไม่ชอบที่จะใช้เงินสำหรับสิ่งที่ไม่จำเป็น

ถึง แม้ว่าทั้งสองคนมีฐานะทางการเงินที่เหมือนกัน แต่ต่างคนต่างมีความอดทนต่อความเสี่ยงที่แตกต่างกันมาก พอร์ตการลงทุนของสมชายอาจประกอบด้วยการลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูง ถึงแม้ว่าเขาเป็นแค่พนักงานร้านค้าและไม่สามารถจะรับความสูญเสียอย่างมากได้

ส่วน พอร์ตการลงทุนของสมศรี ซึ่งต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง อาจจะประกอบด้วยการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเท่านั้น ถึงแม้ว่าเงินต้นจะยังอยู่แต่เธอก็จะได้รับผลตอบแทนที่ไม่แตกต่างจากผลตอบ แทนในการลงทุน ที่ไม่มีความเสี่ยงและพอร์ตการลงทุนของ เธอก็อาจจะไม่สามารถปรับตัวตามอัตราเงินเฟ้อได้ หากทั้งสองคนเลือกที่จะลงทุนตามความอดทนต่อความเสี่ยงของตน ผลที่ได้รับจะไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสอง ในกรณีนี้แผนการลงทุนที่เหมาะสมควรจะอยู่ระหว่างสองตัวอย่างเบื้องต้น ความอดทนต่อความเสี่ยงของคุณจะเป็นตัววัดว่าคุณจะสามารถรับความเสี่ยง ได้มากเท่าไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอัตราความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่ปัจจัยการประเมินความเสี่ยงที่สองที่ควรจะทำต่อไป

ความสามารถที่จะรับความเสี่ยงเมื่อ เรานำปัจจัยความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการลงทุน มีอยู่สองคุณสมบัติที่ต้องนำมาใช้ คุณสมบัติที่หนึ่งคือจิตวิทยา ที่เรียกกันว่า ความอดทนต่อความเสี่ยง ซึ่งเราได้พูดถึงแล้ว อีกคุณสมบัติจะเกี่ยวข้องกับความสามารถทางการเงินหรือความสามารถที่จะรับ ความเสี่ยง ลองมาดูถึงผลกระทบต่อนักลงทุนสามคนที่มูลค่าพอร์ตของเขาลดลง ในอัตราร้อยละ 50 :

• ชาตรี อายุ 76 ปี และเคยได้รายได้เป็นจำนวนหลายพันล้านในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมของเขา สินทรัพย์ของเขาประเมินมูลค่าได้กว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
• สมบัติ มีอายุปลายๆ 30 มีครอบครัวที่เขาต้องอุปถัมภ์และกำลังย่างเข้าสู่การเกษียณ
• บุรินทร์ มีอายุ 10 ปี และเพิ่งจะเริ่มชีวิตการลงทุน โดยมีทุนรวมอยู่ที่ 5,000 บาท

การขาดทุนถึงร้อยละ 50 จะทำให้ชาตรีมีสินทรัพย์เหลือ 5,000 ล้านบาท ถึงแม้ว่าเขาจะโกรธต่อความสูญเสียดังกล่าว แต่เขาก็ยังมีเงินพอที่จะซื้อทุกอย่างที่เขาต้องการได้ บุรินทร์ก็ยังมีความสามารถที่จะรับการสูญเสียได้เช่นกัน เขายังมีเวลาอีกหลายปีที่จะเก็บเงินและลงทุนก่อนที่จะต้องคำนึงถึงการเกษียณ

ในเวลาเดียวกันสมบัติไม่มีเงินพอที่จะรับความเสี่ยงได้ถึงแม้ว่าเขาพร้อมที่จะลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูง เขามีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูและมีเวลาน้อยกว่า 20 ปีก่อนที่จะต้องเกษียณ การที่มูลค่าพอร์ตการลงทุนของเขาลดลงร้อยละ 50 จะส่งผลกระทบให้เขามากความ สามารถที่จะรับความเสี่ยงทางการเงินจะวัดได้หลายแบบ ซึ่งรวมถึงระยะเวลา สภาพคล่อง มูลค่าของนักลงทุนและรายได้ คนที่ต้องการสภาพคล่องสูงเช่นต้องสามารถเรียกใช้เงินได้ทุกเมื่อ ก็จะถูกจำกัดในอัตราความเสี่ยงที่สามารถรับได้ บุคคลเหล่านี้จะต้องหลีกเลี่ยงการลงทุนที่อาจจะมีผลตอบแทนที่ดีแต่ไม่มีสภาพ คล่องตามที่ต้องการ เมื่อระยะเวลายาวขึ้นความสามารถในการรับความเสี่ยงก็มากขึ้นจากการแกว่งตัว ของตลาดในระยะสั้นมีความสำคัญลดลง

สำหรับผู้ที่มีรายได้สูงและมีทรัพย์สินมากก็สามารถลงทุนในการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้ เพราะเขาก็ยังจะมีรายได้ไม่ว่าสภาพตลาดจะเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันนักลงทุนที่มีอายุและทุน น้อยก็สามารถรับความเสี่ยงได้สูง เนื่องจากมีเวลาการลงทุนที่ยาว สามารถรอการปรับลดของตลาดในระยะสั้นให้ผ่านไปได้โดยไม่ต้องถอนทุนก่อนที่ ตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท