บรรทัดฐาน

  • วันที่ 13 ส.ค. 2558 เวลา 08:48 น.

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

พลันที่คณะกรรมการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน แถลงชัดเจนว่า คณะกรรมการมีความเห็นให้ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้

ด้านหนึ่งอาจสร้างความสะใจให้กับผู้คนที่เคยเรียกร้องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ หรืออีกด้านหนึ่งก็เป็นความสมใจอยากของ พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ทำนองเหน็บแนม “ให้รีบถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเร็ว เพราะยังมีเรื่องสำคัญของประเทศชาติที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขรออยู่...”

หากพักเรื่องความสะใจ พักอาการประชดประชันตามประสานักเลงคีย์บอร์ด หันมาคำนึงถึงหลักของการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองภายใต้การบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน

พึงพิจารณาได้ว่า การถอดยศอดีตนายตำรวจคนหนึ่งไม่ได้มีความยากลำบากอะไรเลย เพียงแต่บุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกลับพยายามประวิงเวลา เพราะถ้าดูจากองค์ประกอบคณะกรรมการตามที่ พล.อ.ไพบูลย์ เชิญมาหารือ เช่น กฤษฎีกา สตช. และกระทรวงยุติธรรม ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีปมคาใจใดจะไม่สามารถถอดยศอดีตนายตำรวจผู้นี้ 

ประการสำคัญ สตช.แจ้งต่อที่ประชุมด้วยตนเอง มีการถอดยศนายตำรวจในอดีตไปแล้ว 636 คน ซึ่งเป็นการกระทำผิดในคดีอาญาขณะดำรงตำแหน่ง แต่กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจเป็นคดีแรก เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้แต่เมื่อทุกฝ่ายร่วมกันลงความเห็นทางกฎหมายเข้าองค์ประกอบทุกประการ

ฉะนั้นทุบโต๊ะได้เลย กรณีการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจะไปเป็นนายทักษิณในไม่ช้า ได้สร้างบรรทัดฐานให้ยึดถือปฏิบัติต่อไปว่า แม้แต่อดีตนายกฯ ซึ่งเคยมียศถาบรรดาศักดิ์ เมื่อกระทำความผิดตามกฎหมายกบิลเมืองก็จะไม่ได้รับการยกเว้น เฉกเช่นผู้กระทำความผิดรายอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ