
โอกาสของธุรกิจตัวเล็ก มันเริ่มที่ไหน
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
ในยุคที่รายใหญ่ได้เปรียบรายย่อยในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ เงินพร้อม , คนพร้อม ..แล้วรายย่อยจะต่อกรอย่างไร ?
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ธุรกิจยักษ์ใหญ่ เขาได้เปรียบเราเพราะ เขามีคนมีฝีมือทำงานให้เขา และ คนเหล่านี้ นั่นแหละ ที่เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ธุรกิจใหญ่ได้เปรียบรายย่อย ...ใช่!! “คน” นี่แหละ สำคัญที่สุด ..ธุรกิจจะรุ่งหรือร่วง ก็คือ ความสามารถในการหา แล้วจูงใจให้คนเก่งทำงานให้นี่คือ Key Success Factor เลยทีเดียว
เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ ใจร้อน อยากรีบมีธุรกิจของตัวเอง ..หลายๆ คน ไม่เคยทำงานเป็นลูกจ้างเลย ..ตรงนี้ผมว่า เสียเปรียบ ..ลองคิดดูดีๆ เด็กรุ่นใหม่วันนี้หลังจากเรียนจบไม่มีประสบการณ์ทำงานจริงๆ พอไปเปิดธุรกิจ ก็คิดว่า โลกธุรกิจ จะเหมือนในตำราที่เรียน หรือ เหมือน Case Study ที่อาจารย์เอามาสอน ...เฮ้ย!! มันไม่ง่ายแบบนั้น
ผมบอกคุณเลยนะ สมัยเรียนที่เขาเอา Case ของธุรกิจระดับโลกมาให้นักเรียนศึกษา มันแค่กรณีศึกษา เพราะเอาเข้าจริง ประเทศไทยก็ไม่เหมือนใครแล้ว ...เวลาใช้ในชีวิตจริง เราต้องเอาความรู้ มา Localize คือ ปรับให้เหมาะกับสังคมไทย
สิ่งที่ผมว่าคนรุ่นใหม่น่าไปลอง คือ ไปเป็นลูกจ้าง ในธุรกิจที่เราอยากจะทำ เช่น สมมุติเราอยากจะเปิดร้านกาแฟ ก็ต้องไปลองเป็นลูกจ้าง Starbucks , อยากเปิดร้านอาหารลองไปเป็นลูกจ้าง MK , อยากเปิดค้าปลีก ลองไปเป็นลูกจ้าง 7-11 ..พูดง่ายๆ อยากทำธุรกิจแนวไหน ก็หาผู้นำ แล้วไปลองเป็นลูกจ้างเขา เพื่อเราจะได้เห็นว่า “ผู้นำ” ในแต่ละธุรกิจเขามีวิธีคิด และ วิธีทำอย่างไร
พูดง่ายๆ อย่ามโนเองว่า ถ้าฉันไปเปิดแล้วจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ ..ไปลองศึกษาจริงๆ ซิว่า พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย เขาเหมือนในตำราที่เรียนมาหรือเปล่า
อีกอย่างที่ผมอยากแนะนำสำหรับ คนที่อยากเปิดธุรกิจของตัวเอง คือ ฝึกการขาย ...เรื่องการขายสำคัญมาก เพราะ ทุกธุรกิจ หรือ แม้กระทั่งเวลาเราสมัครงาน เราก็ต้องขายตัวเอง ...ดังนั้น การฝึกเรื่องการขายเป็น Skill แรกๆ ที่คุณต้องทำได้
วิธีเริ่มง่ายที่สุด ลองไปสมัคร “ขายตรง” เป้าหมายไม่ได้จะให้คุณเป็นผู้บริหารระดับเพชรของขายตรง เพราะ ธุรกิจนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน แต่สิ่งที่อยากให้เรียนรู้ก็คือ “การฝึกขายจริงๆ” ...หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ตัวผมเอง เริ่มทำงานอย่างแรกตอนมหาวิทยาลัย ก็เริ่มธุรกิจขายตรงนี่แหละ
คุณรู้ไหมว่า มันสร้างภูมิต้านทาน ในการทำธุรกิจให้ผมเป็นอย่างดี ..สิ่งแรกที่คุณจะได้เรียนจากการฝึกขายตรง ก็คือ “การโดนปฏิเสธ” ...แน่นอน คุณจะผิดหวังมากกว่าสมหวัง และ คุณต้องทนกับแรงเสียดทาน ที่คนจำนวนมาก อาจไม่ชอบสิ่งที่คุณทำ
อันนี้เป็น วิธีแก้ “ความหน้าบาง” ของคนไทย ...ตรงนี้ฝรั่งเขาได้เปรียบคนไทย เพราะ ฝรั่งเขาสอนให้เด็กกล้า ..พูดตรงๆ คือ ฝรั่งเขาสอนให้เด็กหน้าด้าน คือ มีอะไร คิดอะไร เขาสอนให้เด็กเขา ลุกขึ้นมาพูดตรงๆ เลย ...ต่างกับเด็กไทย ที่ต้องเก็บความรู้สึก
เอาล่ะครับ สรุปง่ายๆ ว่า ก่อนที่ใครจะเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ต้องสำรวจว่า
หนึ่ง เรามีประสบการณ์ในธุรกิจนั้น ซึ่งวิธีการหาประสบการณ์ง่ายที่สุด ก็คือ ไปสมัครเป็นลูกจ้างในธุรกิจที่อยากทำ
สอง “เรามี Skill การขายไหม” ..เรื่องการขายนี่สำคัญ เพราะ ทุกงานในโลก ล้วนเกี่ยวข้องกับการขาย ..ดังนั้น ใครไม่มีประสบการณ์ในการขาย ต้องลองไปฝึก ..ผมไม่ได้บอกว่าคุณต้องชอบ แต่คุณต้องทำเป็นหากคุณต้องการก้าวหน้าในการทำธุรกิจ
บอกตรงๆ ผมเอง โคตรเกลียดการขาย เพราะ ผมเป็นคนขี้อาย หน้าบาง เวลาจะพูดอะไรที่ตัวเองได้ประโยชน์ผมจะไม่ค่อยกล้าพูด ...ซึ่งต้องขอบคุณประสบการณ์ขายตรง ที่ทำให้ผมสามารถใช้ประสบการณ์การขายนี่แหละ มาใช้ในงานผมจริงๆ
หลายคนอ่านที่ผมเล่ามา อาจจะยังคิดแย้งว่า ถึงทำอย่างที่ผมพูดมาทั้งหมด ตั้งแต่เป็นลูกจ้าง และ ฝึกการขาย ก็ไม่ได้การันตีว่า พอออกมาทำธุรกิจตัวเองแล้วจะประสบความสำเร็จ
ถูกต้อง!! ไม่มีใครชัวร์หรอกครับว่า เราจะประสบความสำเร็จ
แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณ คือ ทุกธุรกิจมีหัวใจอยู่ที่คน ...องค์กรใหญ่ๆ หรือ อาณาจักรใหญ่ๆ ..มันไม่ได้ล่มสลายจากศัตรูข้างนอก แต่มันล่มสลายจากข้างในต่างหาก
ในโลกแห่งความเป็นจริง เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร เพราะ ทุกธุรกิจเขามีปัญหาในตัวของเขาเองอยู่แล้ว ..ตัวเราต่างหากที่ต้องมาหาจุดเด่น จุดได้เปรียบ -- คุณรู้ไหมว่า วันนี้ลูกจ้างรุ่นใหม่ ได้เปรียบเจ้าของธุรกิจ และ ได้เปรียบนายจ้าง ..เพราะ วันนี้ Technology ให้โอกาสคนเหล่านี้ในการทำธุรกิจส่วนตัวไปพร้อมๆ กับงานประจำ ...ผมว่ามันไม่น่ายากเกินไปหากคุณเอาจริง
จัดไป !!







