
อย่าช้าเกิน
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมเพิ่งไปเมียนมามา เพื่อจัดสัมมนา พลังงานในเมียนมา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมเพิ่งไปเมียนมามา เพื่อจัดสัมมนา พลังงานในเมียนมา โอกาสที่ต้องรีบคว้า จัดโดยหนังสือพิมพ์รายวัน 3 ฉบับของบริษัท โพสต์ พับลิชชิง ร่วมกับบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์
สิ่งที่ได้รับจากการสัมมนาและการพูดคุยกับนักลงทุนเมียนมาก็คือ พลังงานคือโอกาสทองจริงๆ
เมียนมาเป็นประเทศที่เนื้อหอมมากสุด มีเม็ดเงินลงทุนมหาศาลไหลบ่าเข้าไป และทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนพลังงาน
พลังงานในเมียนมาคือธุรกิจทอง ที่ความต้องการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
เฉพาะแค่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในปี 2558 อยู่ที่ระดับ 4,800 เมกะวัตต์ และอีก 15 ปีข้างหน้าในปี 2573 จะต้องการถึง 2.3 หมื่นเมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 1.8 หมื่นเมกะวัตต์
คิดหยาบ การลงทุนไฟฟ้าต้องใช้เงินเมกะวัตต์ละ 100 ล้านบาท เท่ากับว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนราว 1.8 ล้านล้านบาท
มหาศาลขนาดไหน ลองคิดเอาเอง
ทั้งหมดยังไม่นับความต้องการพลังงานในแง่อื่นๆ อาทิ ในกลุ่มก๊าซ น้ำมัน ที่จะก่อให้เกิดธุรกิจปิโตรเคมี ไปถึงการก่อสร้างปั๊มน้ำมัน
ธุรกิจพลังงานจึงจะกลายเป็นหัวขบวนให้เกิดธุรกิจอื่นๆ ที่จะตามมาอีก ไม่ว่าจะเป็นขนส่งสินค้า ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ลงลึกไปถึงธุรกิจค้าปลีกสินค้า
โอกาสในเมียนมาจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ยังมีช่องว่างให้ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก
นอกจากนั้น เมียนมายังมีตัวขับเคลื่อนสำคัญ นั่นคือการเปิดตลาดหลักทรัพย์ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะเป็นแหล่งระดมทุนสำคัญ โดยเฉพาะนโยบายของเมียนมาเองต้องการที่จะให้เอกชนต่างชาติเข้ามาร่วมทุนในกิจการพลังงาน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนเมียนมามีปัจจัยสำคัญก็คือการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งหากออกมาในแง่บวก แรงส่งต่างๆ จะตามมา
ใครกล้าตัดสินใจเข้าไปก่อน ก็มีโอกาสสร้างเครือข่าย สร้างความสัมพันธ์ก่อน
เพราะเมียนมาไม่เพียงต้องมี Know How ความรู้ ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจเท่านั้น
แต่ Know Who สายสัมพันธ์ นี่แหละสำคัญสุดๆ







