
หุ้นเด้งทางเทคนิค
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงการฟื้นตัวทางเทคนิค จะทะลุแนวต้าน 1460 จุด ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์จังหวะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน และแนวโน้มผลการดำเนินงานของบจ.
ล่าสุด ตลาดการเงินโลกประเมินว่า มีโอกาส 44% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนก.ย.นี้ และมีโอกาสถึง 73% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกภายในเดือนธ.ค.นี้
ตลาดยังให้ความสำคัญกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนั้น เพื่อประเมินท่าทีของเฟดที่ว่า “จะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป”
แถลงการณ์ของเฟด หลังการประชุมเมื่อวันพุธชี้ถึงการฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาดแรงงานสหรัฐ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
น่าสังเกตว่า ตลาดการเงินประเมินจังหวะการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟด จะเชื่องช้ากว่าที่เสียงส่วนใหญ่ของเฟดเคยคาดการณ์ไว้ในเดือนมิ.ย. หลังตลาดหุ้นจีนผันผวนหนัก แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกล่าช้ากว่าที่คาด และแทบไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อ
เมื่อวันศุกร์ สหรัฐอเมริการายงานต้นทุนการจ้างงาน (ECI) ขยับขึ้นเพียง 0.2% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 33 ปี และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจชะลอการตัดสินใจเรื่องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนี ECI ถือเป็นมาตรวัดที่น่าเชื่อถือสำหรับภาวะตลาดแรงงาน และเป็นตัวคาดการณ์ที่ดีสำหรับอัตราเงินเฟ้อ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น รวมถึงเงินบาทด้วย ที่กระเตื้องขึ้นมาปิดที่ 34.98 บาท/ดอลลาร์ จากที่อ่อนแตะ 35.25 บ./ดอลลาร์
ทั้งนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์รวมถึงทองคำ
อย่างไรก็ดี น้ำมันดิบเบรนท์ยังคงร่วง 1.1 ดอลลาร์ มาปิดที่ 52.21 ดอลลาร์/บาร์เรล เหตุวิตกอุปทานตลาดโลกพุ่ง หลังเบเกอร์ ฮิวจ์รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 5 แห่ง เป็น 664 แท่น ตลาดยังกังวลว่า อิหร่านอาจผลิตและส่งออกน้ำมันมากขึ้น เมื่อการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านมีผลบังคับใช้
หุ้นพลังงานต้นน้ำจึงอาจถูกแรงขายทำกำไร จากภาวะตลาดน้ำมันตกต่ำ
ในสัปดาห์นี้ ตลาดยังคงติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพื่อปรับการคาดการณ์จังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดต่อไป ที่สำคัญได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร โดยตลาดคาดว่า จะเพิ่มขึ้น 220,000 ตำแหน่ง ในเดือนก.ค. เทียบกับค่าเฉลี่ย 208,000 ตำแหน่งต่อเดือนในครึ่งแรกของปีนี้ และเฉลี่ย 260,000 ตำแหน่งต่อเดือนในปี 57
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการประชุมกนง.ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ การประชุมครั้งก่อน กนง.เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยแผ่วลง แต่เลือกที่จะเก็บ “กระสุน” และรอผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้านั้น
ช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณแผ่วลง ทั้งการส่งออกที่รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก กำลังซื้อในประเทศส่อแววซึมข้ามปีหลังถูกกระทบจากภัยแล้ง นอกจากนั้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภาครัฐยังล่าช้ากว่าแผนอีกด้วย อย่างไรก็ดี บาทอ่อนค่าเร็วมาเคลื่อนไหวใกล้ 35 บ./ดอลลาร์ จึงต้องตามดูกันต่อไปว่า กนง.จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่
ด้านบจ.ในตลาดหุ้นยังทยอยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ก่อนเส้นตายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ส่วนหนึ่งจะส่งสัญญาณแนวโน้มผลดำเนินงาน ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยแผ่วลง และมีแนวโน้มยืดเยื้อข้ามปี จึงมีความเสี่ยงด้านลบต่อผลการดำเนินงานของบริษัททั่วไป ซึ่งจะตามมาด้วยการปรับลดประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานรายหุ้นอีกระลอก
ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวทางเทคนิคจากแนวรับ 1400 จุด ขึ้นมาปิดที่ 1440 จุด โดยมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1460 จุด แนวรับอยู่แถว 1420 จุด จะไปไกลแค่ไหนขึ้นอยู่กับการคาดการณ์จังหวะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน และแนวโน้มผลการดำเนินงานของบจ.
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ







