posttoday
‘ฟองสบู่’ ตลาดหุ้นจีน

‘ฟองสบู่’ ตลาดหุ้นจีน

31 กรกฎาคม 2558

โดย วิน พรหมแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานลงทุน สำนักงานประกันสังคม

โดย วิน พรหมแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานลงทุน สำนักงานประกันสังคม

ตอนนี้เรามาเจาะลึกขึ้นในมุมของนักลงทุน ว่า ตลาดหุ้นจีนปัจจุบันจัดว่าเป็นภาวะ “ฟองสบู่” ไหม?

1.ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้น A-Shares ของจีน “ร้อนแรง” มาก ดัชนี Shanghai Shenzhen CSI 300 (รวมหุ้นใหญ่ของตลาด Shanghai และ Shenzhen 300 ตัวแรก) ขึ้นไปทำจุดพีกเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา คิดเป็นผลตอบแทน +150% หลังจากนั้นพอเจอมาตรการ “ปราม” ของรัฐบาล ก็ปรับลงแรง ณ ขณะนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ค.) ผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือน +95%

2.ปกติตลาดหุ้นจะเป็น Leading Indicator คือจะขึ้นนำก่อนเศรษฐกิจฟื้น แต่ตลาดหุ้นจีนนี้มาแปลกมาก ช่วงปี 2010-2014 เศรษฐกิจจีนเติบโตดี แต่ตลาดหุ้นจีนฟุบยาว พอถึงปี 2014 เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัว หุ้นจีนกลับพุ่งขึ้นสวนทางเศรษฐกิจ

3.ลองสังเกตว่า ถ้าถึงจุดที่ “ใครๆ ก็มีพอร์ตเล่นหุ้น” ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา แม่บ้าน คนงานโรงงาน ฯลฯ น่าจะเป็นสัญญาณว่าเข้าใกล้ “ฟองสบู่” แล้ว ตลาดหุ้นจีนในปัจจุบันมีคนเล่นหุ้นมากถึง 90 ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งเป็น “หน้าใหม่” คือ เพิ่งเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานี่เอง เฉพาะเดือน มิ.ย.ปีนี้ ก็มีบัญชีเปิดใหม่มากถึง 7 ล้านบัญชี เชื่อไหมว่า จำนวนคนเล่นหุ้น 90 ล้านคนนี้ มากกว่าจำนวนสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ (มี 87.8 ล้านคน) ซะอีก!

4.รายย่อยของจีนส่วนใหญ่เป็น Day Traders คือ ซื้อขายรายวัน มีการสำรวจพบว่า 2 ใน 3 ของรายย่อยจีนไม่ได้จบมัธยมปลายด้วยซ้ำ

5.ตลาดหุ้น Shanghai และ Shenzhen มีมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ตลาด Shanghai ใหญ่เป็นอันดับ 3 และตลาด Shenzhen ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

6.ในแง่ Valuation ก็นับว่าใกล้ “ปริ่ม” เต็มที ตลาดหุ้น Shenzhen (ส่วนใหญ่เป็นบริษัท IT พวก New Economy) มี P/E 56 เท่า (พอๆ กับ P/E internet stocks ช่วงพีกของตลาดหุ้นสหรัฐ ปี 2000 ช่วง dot com bubble) ดัชนี ChiNext ซึ่งเป็นหุ้น small cap มี P/E สูงถึง 90 เท่า ...ส่วนตลาด Shanghai (ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Old Economy) P/E อยู่ที่ 16 เท่า

7.ดัชนี CSI 300 มี Forward P/E ที่ 16 เท่า นักวิเคราะห์คาดว่า จุด “ฟองสบู่แตก” อยู่ที่ P/E 20 เท่าครับ (แปลว่า ใครถือหุ้นอยู่แล้วมีกำไร ควรเตรียมขายได้แล้ว)

8.พฤติกรรมการซื้อขายของรายย่อยที่ครองตลาดหุ้นจีน เน้นเก็งกำไร และเน้นการซื้อขายด้วยมาร์จิ้น ยอดมาร์จิ้นโลนขณะนี้อยู่ที่ 360 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 12 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 400% ...การเล่นหุ้นด้วย

มาร์จิ้นจะทำให้ตลาด “เหวี่ยง” ได้แรงมากนะครับ เวลาขาขึ้นจะขึ้นแรงเพราะยืมเงินคนอื่นมาซื้อหุ้น แต่เวลาขาลงจะลงได้แรงเพราะจะถูกบังคับให้ขาย หรือ forced sell

9.แรงดันสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนขึ้นแรง คือ IPO ...เฉพาะครึ่งปีแรกก็มี IPO ออกมาขายเกิน 190 ตัว แล้วเกือบทุกตัว “กำไรอื้อ” มีสถิติว่าหุ้น IPO ให้ผลตอบแทน (เทียบราคาปัจจุบันกับราคา IPO) +393% ...แม้ทางการจะมีเพดานราคาหุ้น IPO สำหรับ 4 วันแรก (วันแรก บวกไม่เกิน 44% วันที่ 2, 3, 4 บวกไม่เกินวันละ 10% ...รวมบวกไม่เกิน 92%) แต่หุ้น IPO ส่วนใหญ่ก็บวกชนเพดานกัน

10.IPO ที่จัดว่า “ผิดหวัง” คือ Guotai Junan เป็นบริษัทหลักทรัพย์และเป็นหุ้น IPO ใหญ่ที่สุดของจีนในรอบ 5 ปี (market cap เท่า Deutsche Bank) ...ปรากฏว่า 4 วันแรก หุ้น Guotai Junan บวกไป 77% ...นี่จัดว่า “ผิดหวัง” แล้วนะ เพราะตัวอื่นเขาชนเพดาน +92% กันเกือบทุกตัว

ถ้าถามว่า ณ จุดนี้ น่าเข้าไปลงทุนไหม ขอตอบว่า ถ้า “ใจไม่แข็งพอ” ไม่แนะนำให้ลงทุนในตลาด A-Shares ครับ ถ้าอยากลงทุนแบบปัจจัยพื้นฐานดี เน้นลงทุนยาวๆ หน่อย ลองไปดูตลาด H-Shares ที่ฮ่องกง ตอนนี้ P/E ประมาณ 10 เท่า น่าจะดีกว่าครับ

ติดตามอ่านบทความอื่นๆ ของผมได้ที่ wininvestingpro.wordpress.com หรือที่ www.facebook.com/win. phromphaet นะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท