
วางมาตรฐาน
กลายเป็นข้อถกเถียงตามมา ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กลายเป็นข้อถกเถียงตามมา ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ออกคำสั่งแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าวัยรุ่นแข่งรถนับเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เรื้อรังมานานในสังคมไทย จนกลายเป็น “ค่านิยม” ในวิถีชีวิต ซึ่งมาตรา 44 ที่ออกมารอบนี้ มีจุดประสงค์ใช้จัดการกลุ่มวัยรุ่นรักความเร็วแบบผิดกฎหมาย
ทว่า เรื่องดังกล่าวก็เป็นที่มาให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้รักรถถึงความเหมาะสมของกฎหมาย เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทบสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่มีเจตนาตกแต่งรถออกมาใช้แข่งขัน แต่เป็นรสนิยมเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรถ
แม้เจตนาของกฎหมายดังกล่าวจะมีความชัดเจนว่าใช้ทำเพื่ออะไร ทว่าหลายภาคส่วนโดยเฉพาะคนแต่งรถยังคงไม่มั่นใจในเรื่องดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่จะใช้มาตรฐานใดตัดสินหรือกลั่นกรองหาตัวกลุ่มเป้าหมายที่มีเจตนาแข่งรถจริงออกจากบุคคลซึ่งชอบในการแต่งรถ เพราะความเป็นจริงหากมองโดยพื้นฐานการแต่งรถเพื่อความงามกับการแต่งซิ่ง แทบแยกไม่ออกจากกัน
ดังนั้น เรื่องดุลยพินิจในการใช้ตรวจสอบจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเป็นเครื่องมือให้ตำรวจ ซึ่งท่าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้เสนอกฎหมาย จำเป็นต้องคิดวิธีและกระบวนการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน เพื่อวางเป็นรากฐานต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งอย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่แต่ละนายมีดุลยพินิจในมุมมองเรื่องดังกล่าวแตกต่างกัน
แม้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นเรื่องดีให้ผู้ใช้ถนนส่วนรวมได้รับความปลอดภัยโดยไม่ต้องหวาดระแวงภัยซึ่งตัวเองไม่ได้ก่อ
ดังนั้น จำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานให้ชัดในการใช้เป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ และทุบโต๊ะ...เลยว่า เรื่องนี้จะลดลงไป







