
อเมริกันจอมปลอม
เป็นเรื่องที่คาใจอย่างยิ่ง เมื่อสหรัฐอเมริกายังคงแช่แข็งให้ไทยอยู่ในระดับ 3 ของรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องที่คาใจอย่างยิ่ง เมื่อสหรัฐอเมริกายังคงแช่แข็งให้ไทยอยู่ในระดับ 3 ของรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์
ทั้งหมดเป็นการชี้หน้าว่า ไทยไม่เคารพกฎหมาย หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และไม่พยายามจะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อยู่กลุ่มเดียวกับอิหร่าน ลิเบีย เกาหลีเหนือ เอธิโอเปีย ซีเรีย เยเมน ฯลฯ
แต่ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นธรรมเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ไทยทำไปแล้วในรอบปี
กระทรวงการต่างประเทศของไทยถึงกับแถลงตอบโต้ว่า การจัดอันดับดังกล่าวไม่สะท้อนต่อความพยายาม และความก้าวหน้าหลายๆ อย่างที่รัฐบาลไทยทำให้เกิดขึ้นจริง
และไม่เพียงแต่ไทยเท่านั้นที่ตั้งคำถาม แม้แต่สื่อ องค์กรต่างประเทศก็สงสัยท่าทีรัฐบาลอเมริกันเช่นกัน
ประเด็นที่มองกันมากก็คือ การที่มาเลเซียและคิวบาได้รับการปรับจากระดับ 3 เลื่อนขึ้นไปอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังระดับ 2 ส่อเค้าเป็นการใช้การเมืองมาให้รางวัลแก่ประเทศที่อเมริกาพอใจ
สื่อต่างประเทศตั้งคำถามว่าการที่มาเลเซียได้เลื่อนอันดับ ก็เนื่องจากเป็นประเทศที่อยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่สหรัฐเป็นโต้โผใหญ่ ส่วนคิวบาก็เพิ่งรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับสหรัฐ เลยได้รางวัลมาตอบแทนใช่หรือไม่
สมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐบางคน ตั้งข้อสังเกตว่า การที่สหรัฐยอมผ่อนปรนให้มาเลเซียและคิวบา เท่ากับการนำเอาการเมืองมานำหน้าหลักสิทธิมนุษยชน
นอกจากนั้น สมาพันธ์เพื่อการยุติระบบทาสและการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงผลกำไรตั้งอยู่ที่สหรัฐ ก็กล่าวหารัฐบาล บารัก โอบามา นำผลประโยชน์ทางการค้ามาอยู่เหนือหลักสิทธิมนุษยชน
ดังนั้น จึงอาจคิดได้ว่าการที่สหรัฐแช่แข็งไทยในเรื่องการค้ามนุษย์ เป็นการสั่งสอนประเทศไทยทางอ้อม
อย่าลืม สหรัฐไม่ค่อยญาติดีกับรัฐบาลชุดนี้สักเท่าใด แถมยังทำท่าไปสนับสนุนจีนมากกว่าสหรัฐเสียอีก จึงจำเป็นต้องให้บทเรียน
ผลประโยชน์ของอเมริกาจึงเป็นใหญ่ ส่วนเรื่องอื่นที่มาอ้างก็แค่การยกเหตุผลจอมปลอมมาบังหน้า
นิสัยดั้งเดิมของอเมริกันมันก็อย่างนี้







