
ความเชื่อมั่น
วันศุกร์อีกครั้ง วันนี้ก็อยากนำเอาความเห็นผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่ผมเคารพ และเคยบริหารนโยบายเศรษฐกิจระดับประเทศมาเล่าสู่กันฟัง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
วันศุกร์อีกครั้ง วันนี้ก็อยากนำเอาความเห็นผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่ผมเคารพ และเคยบริหารนโยบายเศรษฐกิจระดับประเทศมาเล่าสู่กันฟัง
ต้นเหตุมาจากเมื่อวานผมเขียนเรื่องหน้าต่าง 3 บาน อันเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรววงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ โดยหลังจากปฏิวัติเป็นต้นมา ชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐก็ประกาศไม่ยอมรับสถานะของรัฐบาลไทย เหมือนกับโดนปิดประตูตาย
แต่ยังมีหน้าต่างอีก 3 บาน ก็คือ ตำแหน่งรัฐมนตรี 3 กระทรวงข้างต้น ที่สามารถเจรจาการค้า เจรจานโยบายต่างประเทศได้ แม้จะไม่เหมือนกับรัฐต่อรัฐ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีช่องทางใดๆ เลย
ทว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้หน้าต่างทั้ง 3 บาน มีประสิทธิภาพก็คือ ต้องให้พลเรือนมาดูแล อย่าเอาคณะทหารมานั่ง มิเช่นนั้นจะเกิดสภาพการติดขัด
ผู้ใหญ่ท่านนี้เมื่ออ่านจบ ก็เสริมว่า ต้องมีประตูสำรอง เป็นบานที่ 4 ถึงจะครบสมบูรณ์ นั่นคือ ความเชื่อมั่น
ความเชื่อมั่นที่ทำให้โลกเห็นว่า รัฐบาลทำงานจริง ดูแลประชาชนให้มีความสุขจริงตามที่พูดเอาไว้ และโลกก็อาจจะเปิดประตูบานที่ 4 ให้
นี่แหละคือจุดสำคัญ แต่ปัญหาก็คือ จะแปรความเชื่อมั่นที่เป็นนามธรรมให้เห็นรูปธรรมได้อย่างไร และเป็นสิ่งที่คณะทหารต้องขบคิด โดยไม่ใช่จะเกิดขึ้นจากการออกโทรทัศน์ทุกวันศุกร์
เอาเฉพาะช่วงปีเศษๆ ที่ผ่านมา ผลงานที่จับต้องได้ ถ้าไม่นับการขายหวยราคา 80 บาท ก็คงต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะนึกออก
เพราะเรื่องที่พูดถึงว่าทำไปแล้วแม้มีมากมายหลายประการ แต่ไม่มีการโฟกัส หรือทำให้เห็นภาพอย่างจริงจัง จนใครๆ ก็สัมผัส หรือนึกขึ้นได้
ยิ่งในปัจจุบัน ความเชื่อมั่นเหมือนจะลดต่ำลง จากความไม่แน่นอน ไม่เพียงด้านเศรษฐกิจ แต่ยังลามไปถึงด้านการเมือง ไล่มาตั้งแต่การโยกย้ายในกองทัพ ในคณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เหล่านี้ทำให้ความเชื่อมั่นบินหนีออกไปทั้งสิ้น
รีบตั้งหลักและสะกดคำว่า ความเชื่อมั่น ให้ได้โดยเร็ว







