
หน้าต่าง 3 บาน
กระแสการปรับ ครม.ดูเหมือนว่าถูกจุดขึ้นมาอย่างรีบเร่งและถี่ยิบ โดยทั้งหมดก็อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กระแสการปรับ ครม.ดูเหมือนว่าถูกจุดขึ้นมาอย่างรีบเร่งและถี่ยิบ โดยทั้งหมดก็อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีความคิดในการปรับ ครม. สิ่งที่ควรคำนึงอย่างมากก็คือหน้าต่าง 3 บาน ที่จะเปิดช่องออกสู่โลก
หลังการปฏิวัติ บรรดาชาติตะวันตกและสหรัฐอเมริกาไม่ยอมรับรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร การติดต่อใดๆ อย่างเป็นทางการจึงยุติโดยสิ้นเชิง เหมือนกับการปิดประตูตาย
แต่ยังมีหน้าต่าง 3 บาน ที่แง้มอยู่ และสามารถสร้างความสัมพันธ์ต่างๆ ได้ แม้จะไม่เปิดกว้างเท่าประตู
หน้าต่างบานแรก ก็คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เป็นจุดสำคัญในการดำเนินนโยบายระดับนานาชาติ ทั้งแบบทวิภาคี หรือผ่านกลไกองค์กรระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น
หน้าต่างบานที่ 2 ก็คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ดำเนินนโยบายด้านการค้ากับประเทศต่างๆ รวมถึงมีข้อตกลงการค้ามากมาย องค์กรระดับโลกที่สำคัญด้านการค้าก็คือองค์การการค้าโลกหรือดับเบิ้ลยูทีโอนั่นเอง
ส่วนหน้าต่างบานที่ 3 ได้แก่ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ดำเนินนโยบายการคลัง นโยบายเศรษฐกิจ โดยองค์กรระดับโลกที่มีบทบาท ได้แก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ
หน้าต่างทั้ง 3 บาน คือบทบาทที่ไทยจะเล่นได้ในเวทีระดับโลก แม้จะไม่กว้างขวางเท่ากับการเปิดประตูแบบรัฐต่อรัฐ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ใช้ช่องทางใดๆ เลย
สิ่งสำคัญสำหรับหน้าต่างทั้ง 3 บาน ไม่เพียงผู้ดำรงตำแหน่งต้องมีความรู้ความสามารถแล้ว ปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างยิ่งก็คือการมีพลเรือนเข้ามาดูแล
ไม่ใช่พลเรือนจะเก่งกว่าทหาร แต่ในแง่การเปิดหน้าต่างออกสู่โลก การเจรจา การทำข้อตกลง การเดินเกมต่างๆ ภาวะที่เป็นพลเรือนจะเกิดความสะดวกกว่า ไม่เกิดภาวะอิหลักอิเหลื่อ ประเภทต้องเจรจากับสมาชิกคณะปฏิวัติ
รัฐบาลมาจากทหาร มาจากการปฏิวัติแล้ว ตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะไปเจรจากับโลกยังเป็นทหารอีก หน้าต่างที่มีอยู่ก็เหมือนกับถูกล็อก เปิดไปได้ไม่สุด
ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่นายกฯ ควรรู้และต้องพิจารณา
เรื่องใกล้จมูกอย่างนี้ จึงยากที่จะเห็นจริิงๆ รีบซ่อมหน้าต่างที่มีอยู่ อย่าให้ปิดตายไปเสียหมด







