
ปาฏิหาริย์ไม่มี
เศรษฐกิจครึ่งปีหลังที่หวังเอาไว้จะฟื้นตัว ดูไปแล้วปาฏิหาริย์จะไม่มีจริงเสียแล้ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจครึ่งปีหลังที่หวังเอาไว้จะฟื้นตัว ดูไปแล้วปาฏิหาริย์จะไม่มีจริงเสียแล้ว
ปัจจัยลบที่รุมเร้ามีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เศรษฐกิจอ่อนล้าลง
ที่เห็นได้ชัดก็คือระบบธนาคารพาณิชย์ที่เป็นหัวใจ เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงธุรกิจ ได้ส่งสัญญาณการอ่อนล้าให้เห็นอย่างชัดเจน
ธนาคารพาณิชย์แทบทุกแห่งประกาศปรับเป้าหมายใน 2 ด้านสำคัญ นั่นคือเป้าสินเชื่อ และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล
ในแง่สินเชื่อ เป็นการลดเป้าหมายการปล่อยเงินกู้ นั่นหมายความว่าธุรกิจโดยรวมกำลังฝืดเคือง หดตัวกว่าที่เคยคาดหมายเอาไว้ จึงทำให้การปล่อยสินเชื่อต้องปรับเป้าลง
แต่ในทางตรงกันข้าม ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบกลับเพิ่มเป้าหมายหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แสดงให้เห็นว่าลูกค้าที่มาค้าขายอยู่ส่อเค้ามีปัญหาเพิ่มขึ้น
สัญญาณจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จึงเป็นสิ่งที่จับต้องได้ และชัดเจน
ทั้งหมดทำให้เศรษฐกิจปีนี้มีความเสี่ยงจะโตต่ำกว่า 3% โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่เจอปัญหาเกินกว่าคาดคิดเอาไว้
ที่กำลังหนักหนาสาหัสคือ ภัยแล้ง เป็นปัจจัยเฉพาะหน้า เข้ามาในจังหวะที่ปัญหาเดิมยังคงอยู่ ไม่ว่าการส่งออกซบเซา หนี้สินภาคประชาชนมีมากขึ้นจนทำให้ยอดการใช้จ่ายลดลง การลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว และการลงทุนภาครัฐยังลูกผีลูกคน
จะเรียกว่าผีซ้ำด้ำพลอยก็คงไม่ผิด
สิ่งที่ทำกันได้ในระบบเศรษฐกิจก็คือการประคับประคอง การยอมรับความจริง เผชิญหน้ากับปัญหาที่ก่อตัวขึ้น
และอย่าได้หวังว่าใครจะเป็นอัศวินม้าขาวทำให้เศรษฐกิจที่มีปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย กระเตื้องขึ้นมาแบบฉับพลัน
ช่วงที่น่าห่วงก็คือไตรมาส 3 และไตรมาส 4 หรือครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เพราะสารพันปัจจัยลบจะทยอยส่งผลให้เห็นโดยพร้อมเพรียงกัน และจะก่อให้เกิดผลเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องตามมาอีกมากมาย
ทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลตัวเอง ตั้งแต่กิจการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก มนุษย์เงินเดือน ฯลฯ
ศึกครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก







