อิเหนาเป็นเอง

วันที่ 20 ก.ค. 2558 เวลา 09:40 น.
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ยอมรับว่าตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ได้ตบเท้าเข้าบริหารประเทศไทยก็มีปัญหาต่างๆ นานารุมเร้ามากมาย

ทั้งในและนอกประเทศไหลบ่าไม่ขาดสายเหมือนพายุทอร์นาโด จะเห็นได้ชัดจากกรณีการส่งชาวมุสลิมอุยกูร์กลับจีนจนเกิดเสียงวิจารณ์จากสังคมโลกต่อประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ตามด้วยกรณีชาวโรฮีนจาที่อพยพเข้าไทย เพื่อหวังไปต่อยังประเทศที่สามแต่กลับต้องตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์

จนกลายเป็นว่าขณะนี้ไทยถูกทั้งโลกรุมล้อม แม้ในหลายเรื่องเป็นประเด็นค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและทางการทูต

ทว่าประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ สหภาพยุโรป และองค์กรระหว่างประเทศ ต่างวิจารณ์ถึงการทำงานของทางการไทยที่ไม่เป็นตามหลักในเรื่องสิทธิมนุษยชน

แต่เรื่องดังกล่าวกลับสวนทาง เพราะมีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา  รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของสหภาพยุโรป หรืออียู ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้งการปฏิบัติการของกองทัพเรือ เพื่อทำลายเครือข่ายการลักลอบขนผู้อพยพในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

แม้ภาพรวมจะเป็นสิ่งดีในการปราบปรามและสกัดกั้นขบวนการค้ามนุษย์ แต่หนึ่งในแผนงานดังกล่าว กลับมีความเป็นไปได้ว่าจะทำลายเรือที่ใช้ในการขนส่งผู้อพยพในทะเลเปิดของลิเบีย

จึงอยากถามว่าเรื่องนี้เหมาะสมหรือไม่ตามหลักสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องให้ชาติอื่นพึงกระทำ เพราะดูเหมือนว่าประเด็นนี้จะค่อนข้างจะหนักถึงขั้นสาหัสสากรรจ์

ดังนั้น มติดังกล่าวควรทบทวนให้ดีตามหลักสิทธิมนุษยชน ก่อนเรียกร้องให้ประเทศอื่นดำเนินการตาม เพราะมันไม่ต่างอะไรจาก “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” และขอทุบโต๊ะ...เลยว่า หากแผนนี้คลอดออกมาจริง เชื่อเถอะเสียงวิจารณ์จะย้อนกลับหาตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต