posttoday
กำไรบจ. ชี้ทิศหุ้น

กำไรบจ. ชี้ทิศหุ้น

20 กรกฎาคม 2558

โดย....พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

โดย....พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

ช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้า บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในตลาดหุ้นจะรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 นอกจากนั้นส่วนหนึ่งจะส่งสัญญาณแนวโน้มผลดำเนินงาน

ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยแผ่วลง และมีแนวโน้มยืดเยื้อข้ามปี จึงมีความเสี่ยงด้านลบต่อผลการดำเนินงานของบริษัททั่วไป ซึ่งจะตามมาด้วยการปรับลดประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานรายหุ้นรายหมวดธุรกิจ หรือแม้กระทั่งตลาดในภาพรวมอีกระลอก เหมือนที่ได้เกิดขึ้นแล้วกับหุ้นกลุ่มธนาคารที่ส่งสัญญาณลบก่อนกลุ่มอื่น และราคาหุ้นธนาคารได้ตอบรับข่าวลบล่วงหน้าไปแล้ว

ล่าสุดมีการประเมินว่า ภัยแล้งอาจกระทบ GDP ปีนี้ราว 0.1-0.5% และมีความเสี่ยงจะยืดเยื้อไปในปี 59 ซึ่งจะซ้ำเติมกำลังซื้อรากหญ้าที่อ่อนแออยู่แล้วธุรกิจที่พึ่งพิงกลุ่มรากหญ้า คงต้องเหนื่อยหนักกับการบริหารจัดการความเสี่ยงนี้

นอกจากนั้น การส่งออกยังส่อหดตัวเป็นปีที่ 3 จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวล่าช้า โดยเฉพาะจีนและยูโรโซนขณะที่โครงการลงทุนภาครัฐยังคงล่าช้า เศรษฐกิจไทยปีนี้จึงดูเสี่ยงที่จะโตไม่ถึง 3% กำลังซื้อในประเทศที่โน้มซึมยาว และการส่งออกที่หดตัวจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรอย่างไรก็ดี ยังคงมีปัจจัยบวกที่จะช่วยพยุงตลาดหุ้น

ประการแรก สภาพคล่องยังคงท่วมระบบการเงินทั้งไทยและเทศ ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยกเว้นเฟดยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพื่อประคองเศรษฐกิจ

ผลตอบแทนของเงินฝากและตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับต่ำผิดปกติ จูงใจให้กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงปรับฐาน

ประการที่ 2 เรากำลังเข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายเงินปันผลงวดกลางปี หุ้นจำนวนมากให้ปันผลสูงเกิน 4%ต่อปี และมีจำนวนไม่น้อยที่ให้เกิน 5% เช่น INTUCH ADVANC ขณะที่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีกระแสเงินจากการดำเนินงานมีความมั่นคงสูง สามารถจ่ายปันผลระยะยาวได้ 6-8% หุ้นปันผลและกองทุนรวมเหล่านี้จึงกลายเป็นทางเลือกในยุคดอกเบี้ยต่ำ

ประการที่ 3 ทางการไทยได้ปรับนโยบายการเงิน การคลัง และค่าเงิน ในทิศทางเดียวกันแล้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดเงินบาทอ่อนยืนเหนือ 34 บาท/ดอลาร์สหรัฐแล้ว และโน้มอ่อนต่อ ซึ่งจะมีส่วนช่วยประคับประคองภาคส่งออก ขณะที่การลงทุนภาครัฐจะค่อยๆ เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

ประการที่ 4 ภาคท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มขยายตัวดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน จึงส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การปรับฐานของราคาหุ้น ซึ่งอาจเกิดจากความกังวลเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน โรคระบาด ฯ จะเป็นโอกาสในการทยอยซื้อ

ภาคท่องเที่ยวเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจในภาพรวมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การบูมของสายการบินต้นทุนต่ำ การเติบโตของชนชั้นกลางโดยเฉพาะจีน อินเดีย รัสเซีย ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ทำงานไป เที่ยวไป ไม่รอเกษียณ ฯ

ปัจจุบันภาคท่องเที่ยวนำเงินตราเข้าประเทศทะลุ 10% ของ GDP ไปแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยภาคการส่งออกที่หดตัว เนื่องจากการส่งออกสินค้าสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 60% ของ GDP

ตลาดหุ้นไทยซึมซับปัจจัยเสี่ยงภายนอกไปมากแล้วช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้าต้องกลับมาดูแนวโน้มกำไรบจ.ภาพรวมกำไรอาจไม่ค่อยดี แต่ต้องดูเทียบกับสิ่งที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้

กรณีได้ซึมซับข่าวลบล่วงหน้าไปแล้ว เช่น หุ้นธนาคาร หากราคาหุ้นย่อเพิ่มเติมจากเรื่องนี้จะเป็นโอกาสซื้อ
กรณีที่ออกมาแย่เกินคาด จะตามด้วยการปรับลดประมาณการฯ ราคาหุ้นเสี่ยงถอยหลัง ให้ดึงจังหวะซื้อ รอให้แรงขายสะเด็ดน้ำก่อน

แม้ภาพตลาดหุ้นไม่สดใส อย่างไรก็ดี ยังสามารถเลือกซื้อหุ้นรายตัว ตามแนวรับ 1470จุด ขณะที่มีแนวต้านอยู่ที่ 1490-1495จุด หุ้นที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มรับเหมาฯ (CK, STEC, SEAFCO) มือถือที่ปันผลสูง (ADVANC INTUCH) ท่องเที่ยว (AOT) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (TRUEIF, BTSGIF) เป็นต้น

พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ