อำนาจไม่ใช่ธรรม

  • วันที่ 16 ก.ค. 2558 เวลา 09:01 น.

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง antibodyposttoday@gmail.com

จำกันได้ไหมครับว่าคุณยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยสาเหตุใด

ไม่ใช่โครงการรับจำนำข้าว หรือเรื่องการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรอกครับ แต่สาเหตุหลักมาจากการย้ายข้าราชการเพียงคนเดียว คือ คุณถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนทำให้คณะรัฐมนตรีชุดที่พิจารณาย้ายคุณถวิลต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด

ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน แม้จะมีเหตุผลมารองรับก็ตามว่าคุณถวิลทำงานร่วมกับรัฐบาลไม่ได้ก็ตาม

ถ้าให้คำนวณคร่าวๆ ตั้งแต่ยึดอำนาจเป็นต้นมา น่าจะมีข้าราชการระดับสูงเกิน 100 ราย ที่โดนย้าย

ช่วงแรกๆ พอจะเข้าใจได้ว่าเป็นการสกัดขั้วอำนาจเก่า ที่อาจจะขวางหูขวางตารัฐบาลชุดนี้ ทว่า 1 ปีผ่านไป ก็ยังมีการย้ายข้าราชการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ถูกอำนาจล้นฟ้าที่ชื่อว่า “มาตรา 44” ย้ายกราวรูด โดยอ้างเหตุผลว่า “เพื่อการปฏิรูปการศึกษา” และเมื่อเดือนที่ผ่านมา ข้าราชการระดับสูงถูกย้ายมากกว่า 71 ราย

หลายคนไม่รู้ว่าคำสั่งย้ายฟ้าผ่านั้นเกิดจากอะไร เป็นต้นว่า คุณหมอวินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ถูกย้ายโดยไม่มีหนังสือแจ้งสาเหตุ และเมื่อทวงถามไปยังคนที่อยู่เบื้องหลังการย้ายก็พบคำตอบว่าเป็นการย้ายเพื่อ “บริหาร”

คุณไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ถูกย้ายเนื่องจากการปรับปรุงโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตต่อจากผู้บริหารชุดที่แล้ว ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน “ไม่เห็นด้วย”

น่าเสียดายที่คนเหล่านี้ไม่ได้รับรู้สาเหตุ และไม่มีสิทธิเรียกร้องความเป็นธรรม อย่างที่คุณถวิลเคยเรียกร้อง

เพราะมาตรา 44 ไม่สามารถฟ้องศาลปกครองได้ เพราะมาตรา 44 คืออำนาจสูงสุดของ “ท่านผู้นำ”

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ขึงขังกับการจัดการการบุกรุกที่ป่า ประกาศจะยึดคืนสนามแข่งรถโบนันซ่า ที่โคราช แต่เมื่อมีคนตั้งคำถามว่า หากโบนันซ่ารุกที่เขาใหญ่ ที่ดินจัดสรรสำหรับคนรวยใกล้ๆ กันก็น่าจะมีปัญหาด้วย เรื่องก็เงียบลงทันที

เมื่อ “ผู้เสียผลประโยชน์” มากขึ้น รัฐบาลก็หยุดเอาเสียดื้อๆ การทวงคืนผืนป่าเงียบหายไปตามกาลเวลา ที่ยังเหลืออยู่ก็คือการไปยึดที่ดินจากชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ซึ่งบังเอิญเข้าไปอยู่ในเขตอุทยาน

นี่คือวิถีทางแห่งอำนาจตามมาตรา 44 แม้จะไม่มีขีดจำกัด แต่วัฒนธรรมนิยม “เกี้ยเซี้ย” แบบไทยๆ ก็ทำให้ผู้ปกครองเลือกใช้โดยให้คนรวยเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด เพื่อที่จะทำให้ตัวเองไม่ถูกเช็กบิลยามลงจากหลังเสือ ส่วนชาวบ้านก็ตกเป็นเหยื่ออยู่วันยังค่ำ

ถามว่าประเทศได้ประโยชน์อะไรจาก “อำนาจ” ของท่านนายกฯ คำตอบยังคงอยู่ในสายลม

ชวนให้ผมนึกถึงหลักคิดที่ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ยึดถือ และคุณประยุทธ์ก็ควรยึดให้มากๆ

“ธรรมคืออำนาจ มิใช่อำนาจคือธรรม”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ