
แล้งกับพุทธานุภาพ
วันนี้จะขอเขียนเรื่องภัยแล้งอีกแง่มุม โดยบ้านเมืองเราเคยเจอแล้งอย่างแสนสาหัสเมื่อหลายสิบปีก่อน ในหลายพื้นที่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
วันนี้จะขอเขียนเรื่องภัยแล้งอีกแง่มุม โดยบ้านเมืองเราเคยเจอแล้งอย่างแสนสาหัสเมื่อหลายสิบปีก่อน ในหลายพื้นที่
ครั้งนั้นมีการดำเนินการต่างๆ เพื่อผ่านภัยแล้ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ในอดีต
ที่มีการบันทึกและเผยแพร่ อาทิ เหตุที่ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จัน สิริจันโท) วัดบรมนิวาส ไปพักที่เชียงใหม่ ซึ่งกำลังเกิดปัญหาแล้งอย่างมาก
ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ สั่งให้ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ทำทางจงกรม เพื่อสวดอิติปิโส 7 วัน ให้ฝนตกท่วมเมือง
หลวงปู่แหวน ท่านจึงให้สามเณรดายหญ้าปรับพื้นที่ให้นูนสูงเป็นทางเดินยาวประมาณ 30 ก้าว
เมื่อท่านเจ้าคุณอุบาลี สรงน้ำเรียบร้อย ก็เป็นหัวหน้านำหมู่คณะไหว้พระสวดมนต์เจริญภาวนา จากนั้นท่านก็เดินตรงไปยังทางจงกรม ภาวนารำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย สวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย จนจบ
จากน้้นท่านสวดต่อว่า อากาสัฏฐา จะ ภุมมัฏฐา เทวา นาคา มหิทธิกา ปุญญัง โน อนุโมทันตุ รักขันตุ โน สะทา แล้วตั้งสัจจาธิษฐาน ขอให้มหาเมฆอันใหญ่ ยังฝนให้ตกลงมายังพื้นปฐพีอันแห้งแล้งนี้ เพื่อบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายผู้อาศัยอยู่ในปฐพี จะได้ดื่มกิน เพื่อยังพืชพันธุ์ธัญญาหาร และมูลผลาหารทั้งหลายให้สมบูรณ์บริบูรณ์ในพื้นปฐพี เพื่ออนุเคราะห์สัตว์ ทั้งหลายผู้อาศัยอยู่ในน้ำ มีน้ำแห้งกำลังจะตายให้รอดพ้นจากความตาย
ท่านดำเนินการเช่นนี้ โดยย่างเข้าสู่วันที่ 6 ขณะที่ท่านกำลังเดินจงกรมภาวนา ก็บังเกิดอัศจรรย์สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากทุกทิศทุกทาง มีลมพัดกระโชกมาอย่างรุนแรงหอบเอาใบไม้แห้งและฝุ่น ปลิวคลุ้งทั่วไปในอากาศ
เมฆดำทะมึนกระจายตัวล้อมไปทั่วบริเวณ เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ไปทั่วนครเชียงใหม่แล้วฝนก็เริ่มสาดเม็ดโปรยปรายลงสู่แผ่นดินอย่างรุนแรง
เรื่องดังกล่าว ใครจะเชื่อหรือไม่ คงเป็นสิทธิส่วนบุคคล
แต่สิ่งที่พอรู้มาและน่าสนใจก็คือในขณะนี้มีครูบาอาจารย์ท่านดำเนินรอยตามบูรพาจารย์ดำเนินการสวนมนต์แผ่เมตตาให้กับแผ่นดินเช่นกัน
และต้องคอยดูว่าจะผ่านแล้งได้อย่างน่าอัศจรรย์หรือไม่
จะได้เป็นที่ประจักษ์ใจอีกครั้งว่า แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก







