
สิทธิประสาพ่อ
มนต์เสน่ห์ประเทศไทย ถูกเล่าขานถึงความมีเมตตาธรรม จนมีชนชาติที่ประสบปัญหารบพุ่งหนีภัยเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตอนนี้ปาเข้าไปแสนกว่าคนแล้วครับ
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
มนต์เสน่ห์ประเทศไทย ถูกเล่าขานถึงความมีเมตตาธรรม จนมีชนชาติที่ประสบปัญหารบพุ่งหนีภัยเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตอนนี้ปาเข้าไปแสนกว่าคนแล้วครับ
ใครจะช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง ชาติมหาอำนาจจะรับไปดูแลบ้างไหม องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลเคยส่งเสียงสนใจบ้างหรือไม่
คำตอบ ...เงียบเป็นเป่าสาก @###@@@
แต่ทันทีที่รัฐบาลไทยตัดสินใจส่งผู้อพยพหลบหนีคืนถิ่นฐาน โอ้ว! สารพัดองค์กรสิทธิแห่แสดงบทพระเอกห่วงใยสิทธิมนุษยชนกันยกใหญ่
ไม่เพียงเท่านั้น ยังกล่าวเหยียดหยามประณามไทยกลายเป็นผู้ร้ายในสายตา
ปฏิกิริยาของบรรดาประเทศ องค์กรสิทธิฯ ที่แสดงต่อไทยภายหลังรัฐบาลไทยตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์ไปจีน ดูจะเข้าสุภาษิต “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ” (ไทย) แท้ๆ
เพราะเป็นเรื่องของสองประเทศ จีน-ตุรกี ต้องการแย่งสิทธิความเป็นพลเมืองอุยกูร์ โดยไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ดันมาเกี่ยวตรงที่ชาวอุยกูร์แอบเข้ามา จึงควบคุมดูแลเฉกเช่นชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ครั้นตัดสินใจส่งกลับ ได้คำนึงถึงหลักกฎหมายภายในและต่างประเทศอย่างรอบด้าน
ผ่านกระบวนการตรวจพิสูจน์ทราบ จำแนกแยกแยะเป็นพลเมืองจากไหนกันแน่ มีปูมประวัติอย่างไร มิพักพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการก่อการร้ายด้วยซ้ำ แต่กลับจ้องโจมตีไทยละเมิดสิทธิมนุษยชน
มุมมองอันกลับตาลปัตรของชาติหวังแต่ผลประโยชน์แห่งตนเหยียบย่ำประเทศเสรีมีเมตตาเป็นเช่นนี้
จึงเกิดความแปลกประหลาดในการกำหนดนิยาม “ละเมิดสิทธิมนุษยชน”
“ละเมิดสิทธิประสาพ่อประสาแม่ของชาติมหาอำนาจไงละครับ”
ทั้งสหรัฐอเมริกา องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล รวมถึงเอ็นจีโอผู้พยายามโหนกระแสสร้างผลงานรักษาสิทธิเพื่อแลกเศษเงินจากต่างชาติ กลับให้นิยามการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไทยอีกความหมายหนึ่ง
ไม่แปลกได้อย่างไร... ทันทีที่ไทยส่งชาวอุยกูร์ 109 คนไปจีน ปรากฏว่าชาวอุยกูร์ในตุรกีไม่พอใจทุบทำลายสถานกงสุลไทยในอิสตันบูล แม้สถานการณ์จะยุติแต่ยังไม่อาจเปิดทำการได้ เพราะยังไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์
หวาดผวาไปถึงคนไทยในต่างแดนที่มีชาวอุยกูร์อยู่ อาจจะเกิดเหตุทำร้ายคนไทยด้วย
ไม่มีชาติมหาอำนาจ องค์กรสิทธิมนุษยชนอันศักดิ์สิทธิ์หน้าไหน ประณามการกระทำของกลุ่มคนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนคนไทย
พฤติกรรมแบบนั้นคงไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่สหรัฐ องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลให้นิยามกระมัง
หรือคำว่าละเมิดสิทธิฯ สามารถกำหนดได้เฉพาะสถานการณ์ที่ตนเองนำมาแสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น







