posttoday
The War Room :หุ้นจีน ร่วงน่ากลัว ควรซื้อถัว หรือ หนีตาย?

The War Room :หุ้นจีน ร่วงน่ากลัว ควรซื้อถัว หรือ หนีตาย?

10 กรกฎาคม 2558

โดย...เจษฎา สุขทิศ & ชยนนท์ รักกาญจนันท์ INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

โดย...เจษฎา สุขทิศ & ชยนนท์ รักกาญจนันท์ INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

The War Room ตอนที่ 3 นี้ เป็นการถกกันในประเด็นที่ร้อนแรงที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ ก็คือ การปรับฐานของตลาดหุ้นจีน ทั้งในตลาดเซียงไฮ้ และ และฮ่องกง วันนี้เราไปดูกันว่า สาเหตุของการปรับฐานครั้งนี้ มาจากอะไร และกูรูใน The War Room ทั้งสองท่านนี้ มีความเห็นอย่างไรครับ
 
ชยนนท์ ตลาดหุ้นจีน Shanghai Composite (A-Share) ร่วงมาจากจุดสูงสุดในเดือน มิ.ย. เกิน -30% ส่วน Hang Seng China Enterprise (H-Share) ปรับฐานลงมาไม่น้อยกว่ากัน -25% ทีเดียว การปรับฐานทั้งสองตลาดใช้เวลาเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น นับว่า เร็วและแรง (Fast & Furious) มากๆ คุณเจท มองว่า เกิดจากอะไร
 
เจษฎา ตลาดหุ้นเวลาจะลงมักมีเหตุผลหลัก ๆ 2 อย่าง อย่างแรกคือปัจจัยพื้นฐานถ้าแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนหรือเศรษฐกิจ มีแนวโน้มแย่ลง ‘ตลาดหุ้นระยะสั้นชอบตามข่าว แต่ระยะยาววิ่งตามกำไร’ ถ้าพื้นฐานแย่ลงหุ้นก็ตกครับ เหตุผลที่สองเป็นเรื่องของ Fund Flow ซึ่งเป็นกรณีที่ผมมองว่าเกิดกับตลาดหุ้นจีนในช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุนรายย่อยเข้าไปเก็งกำไรในตลาดกันเป็นอย่างมาก มีการใช้ Margin คือการกู้เข้าไปลงทุน เวลาตลาดขึ้นได้เร็วและแรงฉันใด ก็ย่อมลงได้เร็วและแรงฉันนั้นอย่างที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นจีนในปัจจุบัน
 
ชยนนท์ พูดถึงเรื่องเงินกู้เพื่อมาเปิดบัญชีลงทุน (Margin Account) ต้องบอกตัวเลขนี้อันตรายมากเลย เพราะตั้งแต่ต้นปี 2015 จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. มีนักลงทุนเปิดบัญชีใหม่ร่วมๆ 20 ล้านคนปัจจุบันมีบัญชีเทรดทั้งหมด 90 ล้านบาท มากกว่าจำนวนคนไทยทั้งประเทศซะอีก ที่น่าตกใจคือ เปิดบัญชี Margin Account กันเกือบทุกคน และขนเงินที่ฝากอยู่ในธนาคาร และเงินออมทั้งหลายเข้ามาซื้อหุ้นในตลาด ทั้งตัวเก่า ตัวใหม่ (IPO) ซึ่งได้ข่าวว่า กำไรงามทีเดียวนะครับตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน พ.ค. ออกมาเปิดตัวไม่ต่ำกว่า 190 ตัว และ ร้อยละ 90กำไรไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของราคาจอง พอเปิดตัวแล้วกำไร ใครๆก็อยากวิ่งเข้าใส่ถูกไหมครับ? เพราะมันเป็นแบบนี้ไงตลาดหุ้นจีนถึงเรียกรายย่อยเข้าตลาดได้วันละเป็นหมื่นๆคน และทุกคนพร้อมจะใส่เงินเข้าไปโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงกันเลย
 
เจษฎา เพราะ IPO นี่ละครับ ที่เป็นตัวปัญหา พอตลาดหุ้นเริ่มมีแรงเทขายหนักๆปั๊บ ทาง กลต. ของจีน ก็เลยออกกฎเล่นบทโหด วันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ประกาศงดรับจดทะเบียน IPO ใหม่ทั้งหมดที่จะมีในอนาคตแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา รวมถึงยกเลิก IPO ที่จองไปแล้วและคืนเงินให้กับนักลงทุนทั้งหมด ความหวังคือ นักลงทุนจะได้หันมามาสนใจหุ้นในตลาดที่ตกหนักๆ แล้วมาช่วยกันช้อนซื้อบ้าง ไม่ใช่จะรอกันแต่หุ้น IPO
 
ชยนนท์ มาตรการของ กลต. จีน ไม่ได้มีแค่นั้นนะคุณเจท คุณพูดไม่หมด
 
เจษฎา คุณก็รู้ แต่จะให้ผมอธิบายใช่มั้ยละ ได้ๆ มาตรการที่สำคัญก็มี ระดมจากเหล่าโบรกเกอร์ 21 แห่งเป็นวงเงินรวม $US 19 billion เพื่อไปซื้อหุ้นจีนผ่าน ETF และสัญญากันว่า จะไม่ขายถ้าดัชนี Shanghai ยังไปไม่ถึง 4,500 จุด รวมถึง Sovereign Wealth Fund และ Pension Fund ก็โดนใบสั่งจากกลต.ห้ามขายหุ้นออกแม้แต่ตัวเดียว
 
ชยนนท์อันที่ผมว่าโหดที่สุดก็คือ มีบริษัทจดทะเบียนจำนวนกว่า 1,300 บริษัทใน A-share ตัดสินใจขอระงับการซื้อขายหุ้น (Suspended) ซึ่งคิดเป็นกว่า 40% ของหุ้นในตลาดทั้งหมด เพราะกลัวนักลงทุนเทขายหุ้นลงไปหนักกว่านี้
 
ผมไม่เคยเห็นตลาดหุ้นที่ไหน ออกมาตรการแทรกแซงตลาดเยอะขนาดนี้มาก่อน ในระยะยาวคงไม่ส่งผลดีต่อมุมมองของนักลงทุนเท่าไหร่ ยิ่งอยากให้ดัชนีตัวเองเข้าไปคำนวณใน MSCI ด้วยนี่สิ น่าเป็นห่วงแทนว่าต่างชาติมองยังไง
 
เจษฎา ต่างชาติมองยังไงไม่รู้ แต่ผมมองว่า หุ้นที่ลงมาเยอะ ยังไงก็ต้องเด้งกลับนะ อะไรที่สูงเกินไป สุดท้ายก็กลับสู่สามัญ อะไรที่ต่ำเกินไป ยังไงก็ต้องขึ้นมาที่จุดสมดุล
 
ชยนนท์ คุณจะบอกว่า ตอนนี้หุ้นจีนลงมาถึงระดับที่น่าสนใจแล้ว ‘อย่าไปกลัว’ ว่างั้นเถอะ?
 
เจษฎา ของทุกอย่างมันมีราคาของมันอยู่ครับ กลยุทธ์ที่ยังใช้ได้ดีเสมอของวอร์เรนบัฟเฟตก็คือ ‘จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ จงโลภเมื่อคนอื่นกลัว’แต่ต้องดูตาม้าตาเรือดีๆนะ ว่า ตอนที่คนอื่นกลัว มูลค่า หรือคุณค่าของสิ่งที่เราจะซื้อ มันอยู่ตรงไหน คุณมีข้อมูล Valuation ของตลาดหุ้นจีนไหม กางให้ดูหน่อย
 
ชยนนท์ สำหรับ A-Share ผมมองว่า ผันผวนเกินไป และยังแพงอยู่นะ แต่ถ้ามอง Hang Seng China Enterprise (H-Share) Valuationณ ระดับปัจจุบัน Forward P/E อยู่ที่ 8.7x ส่วน P/Bเท่ากับ 1.2x และมี EPS Growth ปี 14,15 อยู่ที่ 4%,11%สำหรับผมถ้าไม่เอาประเด็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มาคิดให้ตัวเองกลัว ถือว่า มูลค่าน่าสนใจแล้วครับ ปรับฐานมา -25% ในขณะที่ ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลงแบบนี้ ใครมีหุ้นจีน หรือกองทุนจีนอยู่ ผมว่า น่าซื้อถัวครับ หนีตอนนี้ เจ็บหนักแล้วครับ ถ้าจะหนีควรหนีตั้งแต่ขาดทุนไม่เกิน 10% นะผมว่า
 
เจษฏา อืมมม ผมว่าน่าสนใจครับ P/E เกือบจะถูกที่สุดในโลกเลยนะ แพงกว่าก็แค่ตลาดหุ้นรัสเซียเท่านั้นที่ยังโดนกดดันจากราคาน้ำมัน และคว่ำบาตรของชาติตะวันตกจากกรณียูเครน ซึ่งดูแล้ว จีนยังมีโอกาสในระยะยาวอีกมากจากการพยายามเปิดเสรีตลาดทุนและการทำให้ค่าเงินสกุลหยวนเป็นสกุลเงินหลักของโลก (Liberization and RMB Internationalized) ดังนั้นถ้าฝุ่นหายตลบเมื่อไหร่ จีน ก็ยังเป็นจีน ชาติที่เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดของสหรัฐฯ ณ ตอนนี้ครับ
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท