
พลังบริสุทธิ์
สัปดาห์ที่ผ่านมานั่งชมรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จับไมค์พูดอยู่คนเดียว
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
สัปดาห์ที่ผ่านมานั่งชมรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จับไมค์พูดอยู่คนเดียว
ประเด็นที่นายกฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ หนีไม่พ้นเรื่องกลุ่มนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ท่านแสดงมุมมองผ่านคำพูดตอนหนึ่ง “ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม ผมถือว่าเขาเป็นพลังบริสุทธิ์ ซึ่งน่าจะทำประโยชน์ให้กับบ้านนี้เมืองนี้ได้อีกมากในอนาคตนะครับ”
ดูจะทำให้ผู้คลั่งไคล้รัฐบาล คสช.มีทัศนคติต่อน้องๆ นักศึกษาในแง่ดีขึ้นมาบ้าง
พล.อ.ประยุทธ์ พยายามสื่อสารออกไป ไม่อยากให้ “นักโหน” เข้ามาสร้างความบิดเบือน อีกนัยห่วงใยนักศึกษาจะตกเป็นเหยื่อทางการเมือง
เหมือนที่หลายคนเคยคาดการณ์นั่นแหละครับ หลังจากนี้จะมีขบวนการชั่วร้ายหลั่งไหลออกมา
ทั้งแกนนำปลุกระดมเผาเมือง ทั้งผู้อ้างตนเป็นศาสดาประชาธิปไตย ทั้งพวกสร้างเรื่องประเทศไทยอันรันทดเพื่อแลกเศษเงินจากองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล เปิดตัวออกมาเป็นทิวแถว
ไม่เพียงมีพวกหากินกับพลังบริสุทธิ์ อีกประเด็นสำคัญไม่อาจมองข้ามคือ ไส้ในพลังบริสุทธิ์มีแนวความคิดทางการเมืองอันหลากมิติแทรกซึมเข้ามาด้วย
มิอาจปฏิเสธถึงบุคคลที่มีปูมประวัติเคลื่อนไหวล้มประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผ่านการหล่อหลอมความคิดจากคณาจารย์บางคน ผ่านนักการเมืองที่ต้องคดีหมิ่นสถาบันจนหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ
แม้แต่การผลักดันตนเองเข้าไปอยู่ใน “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)” หรือองค์กรนักศึกษาที่ตั้งชื่อกันใหม่
กล่าวถึง สนนท.ช่วงเจ็ดแปดปีให้หลังช่างแตกต่างกับยุคปี 2534 อย่างสมัยอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เป็นนักศึกษาร่วมอยู่ใน สนนท.และเป็นเลขาธิการ สนนท.หลังเหตุการณ์ รสช.ยึดอำนาจ
สนนท.ยุคนั้นมีความตื่นตัวทางการเมืองแม้อาจลดน้อยถอยลงเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ตุลาวิปโยคปี 2516 แต่ก็ยังมีความน่าเชื่อถือสามารถสร้างเครือข่ายกับสถาบันอุดมศึกษาอื่นได้
หรือสมัย สุริยะใส กตะศิลา ซึ่งตอนนี้ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต เคยวางบทบาทขบวนการนักศึกษาในการดูแลพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกร้องความเป็นธรรมให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐ อาจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกว่ากลุ่มนักศึกษาสมัยนี้เสียอีก
แต่เมื่อเข้าสู่ยุคการเมืองแบ่งสีชิงอำนาจ สภาพของ สนนท.แตกกระจายไร้มนต์ขลัง มีการอิงแอบไปกับการเมืองสีเสื้อ หรือแม้แต่การตั้งองค์กรใหม่เข้ามาแทนที่ด้วยหวังใช้คำว่านักศึกษามาบังหน้าการเคลื่อนไหวเพื่อวัตถุประสงค์อื่น
นี่เป็นแค่สองสามตัวอย่างที่ไหลเข้ามาอยู่ในพลังบริสุทธิ์ จำเป็นต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจและแยกแยะ







