
เทียบไม่ได้
กลายเป็นประเด็นให้เกิดวิวาทะทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน ต่อกรณีการจับกุม 14 นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กลายเป็นประเด็นให้เกิดวิวาทะทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน ต่อกรณีการจับกุม 14 นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายจากสังคม ตั้งแต่การหยิบโยงเหตุการณ์นักศึกษาออกมาต่อต้านรัฐบาล คสช.จนถูกจับ อาจกลายเป็นชนวนเหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 กระทั่งมาถึงประเด็นการนำตัวนักศึกษาทั้งหมดขึ้นศาลทหารเพื่อพิจารณาความผิดฐานขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งห้ามเคลื่อนไหวในลักษณะก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง
ประเด็นแรก หากมองเรื่องนี้เทียบเคียงกับเหตุการณ์ตุลา 2516 หรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง กล่าวคือ เมื่อปี 2516 นั้น ขบวนการนักศึกษาลุกฮือต่อต้านจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี เกิดจากทำรัฐประหารจนประเทศตกอยู่ภายใต้สภาพเผด็จการทหาร รวมทั้งมีการใช้อาวุธสงครามเข้าปราบศึกษาและประชาชนที่ชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เข้ามาในช่วงบริบทที่ประเทศกำลังเกิดการเผชิญหน้าของกลุ่มการเมืองเสี่ยงให้ประเทศไม่สามารถก้าวต่อไปได้
เมื่อหยิบเหตุการณ์ตุลาวิปโยคเทียบเคียงสถานการณ์ปัจจุบันจึงยังไม่ใช่ในทางตรงข้ามสถานการณ์ยังเป็นไปด้วยความสงบสุข อย่างไรก็ตามในอนาคตหากรัฐปล่อยเรื่องนี้ไว้เนิ่นนานก็ไม่แน่
ประเด็นที่สอง กรณีข้ออ้างกลุ่มนักศึกษาเป็นพลเรือนจึงไม่สมควรขึ้นศาลทหาร แต่ต้องไปศาลพลเรือนเพื่อดำเนินคดีตามความผิดที่ก่อไว้เท่านั้น แม้มีการถกเถียงถึงความเหมาะสมหรือควรแก่เหตุจำเป็นหรือไม่ แต่อย่าลืมว่ามาตรา 44 ที่รัฐบาลประกาศใช้แทนกฎอัยการศึกมีอำนาจไม่แตกต่างกัน และด้วยสถานการณ์ปัจจุบันขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะโอนอ่อนผ่อนตามแค่ไหน เพื่อประคองบรรยากาศบ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไป
ทุบโต๊ะ...เลยว่า เรื่องจับนักศึกษาคงไม่ย้อนรอยจนเลวร้ายเทียบได้กับเดือน 14 ตุลา 2516 ได้







